[OS] : When the star align

posted on 10 Jun 2016 17:30 by any-poly in Oneshot-SF directory Fiction

[OS] : When the star align

 

Paring : TempG

 

Rating : PG

 

A/N : เรื่องนี้เป็นเรื่องแยกจากธีมหลักของ บ้านเช่าเดอะซีรีส์ นะคะ ตรงที่เป็นตัวเอียงคือความทรงจำของจียงค่ะ ^^

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มือเรียวพยายามกดเลขปลดล๊อคประตูห้องพักไปด้วย และพยายามประคองไม่ให้ของในถุงกระดาษที่หอบอยู่หล่นออกมา เสียงตอบรับว่าประตูเปิดแล้วทำให้ควอนจียงรีบใช้ตัวดันประตูเข้าห้องอย่างทุลักทุเล รองเท้าผ้าใบถูกถอดทิ้งไว้ลวกๆ ตรงชั้นหน้าตู้รองเท้าข้างประตู

 

 

จียงกึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้าไปในครัวและวางถุงของในอ้อมแขนลงบนเคาน์เตอร์หินอ่อนสีขาวสะอาดตา

 

 

“หนักชะมัด”

 

 

บ่นพึมพำแล้วเริ่มหยิบเอาของทั้งหมดออกจากถุงกระดาษ ขนมปังหนึ่งแถว นมสด ไส้กรอก และไข่สดแพ็คใหญ่ถูกนำไปเก็บในตู้เย็น แอปเปิ้ลแดงหนึ่งถุงเล็กกับสตอว์เบอร์รี่หนึ่งกล่องถูกแกะออกมาล้างน้ำเปล่าจนสะอาดก่อนจะแช่น้ำเกลือพักไว้ แล้วจียงถึงค่อยลงมือหุงข้าว

 

 

ควอนจียงเสียบปลั๊กหม้อต้มกาแฟทิ้งไว้เป็นอย่างสุดท้าย และเดินทะลุจากห้องนั่งเล่นไปที่มุมซ้ายของห้องคอนโดที่ถูกแบ่งสัดส่วนไว้เป็นพื้นที่ซักล้าง มือเรียวคว้าเสื้อผ้าที่ใส่แล้วในตะกร้ามาสะบัดๆ ก่อนจะยัดเข้าไปในเครื่องซักผ้าทีละตัวจนหมดตะกร้า แล้วเทน้ำยาซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่มลงในช่องด้านบนเครื่อง และกดตั้งให้เครื่องอบผ้าต่อหลังจากที่ซักแล้ว

 

 

เสียงเครื่องซักผ้าทำงานไปเบาๆ จียงจึงเดินย้อนกลับเข้าไปในครัวอีกครั้ง รินกาแฟดำให้ตัวเองแก้วหนึ่ง และจิบมันตอนที่ยังร้อนจัด กลิ่นหอม และรสขมในปากกลับทำให้รู้สึกสดชื่น กาแฟหมดไปครึ่งแก้ว จียงถึงได้เริ่มลงมือล้างผลไม้ที่แช่น้ำเกลือทิ้งไว้ พลางคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย

 

 

แต่พอนึกถึงกาแฟทีไร ก็อดนึกถึงครั้งแรกที่เจอชเวซึงฮยอนไม่ได้ทุกที

 

 

 

 

จียงเดินสะโหลสะเหล และรู้สึกไม่สบายตัว ในหัวปวดตุบๆ ไปหมด มือบางพยายามควานหาเศษเหรียญในกระเป๋าเพื่อหยอดตู้กาแฟหน้าห้องสมุด เมื่อตอนก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัย เคยคิดว่าการอดหลับอดนอนท่องหนังสือเตรียมสอบเป็นเรื่องทรมานจนเกินบรรยายแล้ว แต่การต้องมานั่งทบทวนเนื้อหาวิชาที่เรียนทั้งที่ยังไม่สอบด้วยซ้ำตอนที่เรียนมหาวิทยาลัยกลับเป็นนรกของจริง

 

 

หลายคนคิดว่าเด็กหนุ่มที่ใส่เสื้อยืดสกรีนชื่อวง Sex Pistols กับกางเกงยีนส์ขาดๆ ที่ยืนหงุดหงิดอยู่หน้าตู้กดกาแฟตอนนี้ คงไปเที่ยวมาหนัก แต่ความจริงคือ ควอนจียงไม่ได้ไปเที่ยว เขานั่งอ่านหนังสือมาเกือบทั้งคืน เพราะห้องสมุดเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมงก่อนสอบ 1 เดือน

 

 

ที่จริงคงไม่ต้องอดตาหลับขับตานอนขนาดนี้ ถ้าเกิดไม่ไปงัดข้อกับพ่อ ขอเรียนการตลาดแทนที่จะเรียนตกแต่งภายในแบบที่พ่ออยากให้เรียน สุดท้ายพอสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ ก็ต้องมาทุ่มเทเรียนแทบตายเพื่อให้ตัวเองได้ทุนเรียนจนจบด้วยตัวเอง

 

 

“แม่งเอ๊ย”

 

 

สบถอย่างหัวเสียเมื่อพบว่าไม่มีเหรียญเลยแม้แต่เหรียญเดียวในกระเป๋า ทั้งที่หัวปวดตุบ แต่ก็พยายามคิดถึงจุดแลกเงินที่ใกล้ที่สุด ซึ่งอยู่ที่ด้านหน้าทางเข้าห้องสมุด ต้องเดินลงบันไดไป 3 ชั้น และเดินกลับขึ้นมาอีก 3 ชั้น เพื่อกาแฟแก้วเดียว

 

 

มือแข็งแรงของใครบางคนหยอดเหรียญลงในเครื่อง และกดสั่งกาแฟร้อน เครื่องทำงานอยู่อึดใจเดียว กาแฟร้อนแก้วหนึ่งก็วางอยู่ในช่องรับสินค้าเรียบร้อย ในเวลานี้แม้แต่กลิ่นกาแฟสำเร็จรูปก็หอมจนจียงต้องกลืนน้ำลาย แต่คนที่กดกลับหันหลังเตรียมเดินลงบันได

 

 

“นี่” จียงเรียกเบาๆ “ลืมกาแฟหรือเปล่า”

 

“ของนายไง”

 

“ของฉัน?”

 

“ไม่มีเหรียญไม่ใช่เหรอ”

 

 

ตาคมของคนที่มาซื้อกาแฟแจกมองกลับมา จียงถึงได้สังเกตอีกฝ่ายชัดๆ เสื้อเชิ้ตสีขาวที่ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นของดีมียี่ห้อ แถมกางเกงสแลคสีดำเรียบๆ กับรองเท้ายี่ห้อ Tod’s สีเดียวกับกางเกงนั่นอีก

 

 

“ขอบใจนะ เดี๋ยวฉันไปแลกเงินคืนค่ากาแฟให้ รอเดี๋ยว”

 

“วันหลังแล้วกันนะ ฉันรีบน่ะ” คุณชายเจ้าของกาแฟตอบ “ฉันชื่อซึงฮยอน เรียนปี 2 เอกประวัติศาสตร์ตะวันออก”

 

“ควอนจียง อยู่ปี 1 ฮะ”

 

“เอาค่ากาแฟมาคืนด้วยละ”

 

 

ชเวซึงฮยอนพูดยิ้มๆ ก่อนจะเดินลงบันไดไปอย่างรวดเร็ว จียงพยักหน้า และคว้ากาแฟมาจิบ คาเฟอีนที่ซึมซับเข้าไป ทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้น และสุดท้ายก็ตัดสินใจแอบยืดคอมองออกนอกหน้าต่างจากชั้น 3 คนที่เลี้ยงกาแฟเดินขึ้นรถยุโรปสีดำมันปลาบที่จอดรออยู่หน้าห้องสมุดโดยมีคนคอยปิดประตูให้

 

 

รถคันนั้นแล่นลับหายไปจากสายตาอย่างรวดเร็ว

 

 

 

 

ควอนจียงหัวเราะเบาๆ กับตัวเองเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาเกือบ 10 ปี มือบางเปิดตู้เย็นคว้าไข่ไก่แพ็คเก่าที่ค้างอยู่ในตู้เย็นออกมาตอกใส่ชาม หั่นแครอท หอมใหญ่ มะเขือเทศ และต้นหอมเป็นชิ้นเล็กๆ ก่อนจะเทลงไปในชามใส่ไข่ดิบ เหยาะเกลือ พริกไทย และเติมนมไปนิดหน่อย ก่อนจะเริ่มตั้งกระทะให้ร้อน

 

 

มือบางใช้ส้อมตีไข่ให้เข้ากันกับส่วนผสมอื่นๆ ก่อนจะค่อยๆ เทไข่บางส่วนลงกระทะ รอจนไข่เริ่มสุกแล้วถึงค่อยๆ ม้วนอย่างใจเย็น ก่อนจะเทส่วนที่เหลือลงไปทำแบบเดิมจนไข่ที่เตรียมไว้หมดเรียบร้อยแล้วลงมือทอดไส้กรอกต่อ ระหว่างรอไส้กรอกสุก ก็หยิบยำผักโขมที่ใส่กล่องไว้ในตู้เย็นออกมาใส่จานเครื่องเคียงพร้อมกับกิมจิ

 

 

อาหารเช้าง่ายๆ ของจียงเสร็จเรียบร้อย

 

 

 

 

“จียงอา ฉันอยากไปเที่ยว ถ้าเรียนจบนะ ฉันจะเที่ยวๆ ไม่ทำงานเลย คอยดู”

 

 

ชเวซึงฮยอนพูดพลางทำหน้าจริงจังจนคนฟังต้องเบ้หน้าอย่างเบื่อๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่ควอนจียงมาสนิทกับคุณชายประจำเอกประวัติศาสตร์ตะวันออกไปได้ เพราะหลังจากที่เอาค่ากาแฟไปคืนวันนั้น ชเวซึงฮยอนก็มาตามเขาต้อยๆ เหมือนลูกเป็ดตามแม่

 

 

เดี๋ยวก็ชวนไปดูนิทรรศการงานศิลปะที่นั่น เดี๋ยวก็มีละครเวทีน่าดูที่นี่ เดี๋ยวก็ชวนไปซื้อหนังสือ

 

 

กว่าจะรู้ตัวอีกที จังหวะชีวิตช่วงเรียนมหาวิทยาลัยของเขาก็มีชเวซึงฮยอนอยู่ด้วยในทุกก้าว จนกระทั่งจียงขึ้นปี 3 และชเวซึงฮยอนก็เรียนปีสุดท้าย จียงไม่เคยถามเรื่องที่บ้านของซึงฮยอนเลยสักครั้งเดียว เพราะอีกฝ่ายไม่ได้แสดงออกว่าอยากเล่า หรือมีท่าทีอวดเบ่งถึงฐานะทางบ้าน

 

 

“ไม่ทำงานแล้วจะเอาอะไรกิน” จียงถามพลางก้มหน้าอ่านหนังสือไปด้วย “ขนาดพ่อฉันยังให้เงินใช้นี่ก็ยังจะไม่พอกินเลย”

 

“มีแล้วกันน่า”

 

“ขี้โม้ วันก่อนไปกินต๊อกปกกีกัน ยังให้จ่ายฉันอยู่เลย”

 

 

จียงว่าและทำปากเบะใส่รุ่นพี่ที่คุยกันเหมือนเพื่อน ชเวซึงฮยอนมองกลับมาและแค่ยิ้มให้ แต่ก่อนที่จะตั้งตัวได้ ริมฝีปากหยักก็ขยับมาแตะริมฝีปากอย่างบางเบาและละออกไป คนที่เพิ่งขโมยจูบไปเมื่อกี๊ยิ้มกว้างและลุกขึ้นยืนระหว่างชั้นหนังสือ

 

 

“ไปก่อนนะ วันนี้มีนัดกับที่บ้าน”

 

 

แล้วชเวซึงฮยอนก็เดินจากไป ทิ้งควอนจียงให้นั่งใจเต้นเป็นบ้าเป็นหลังอยู่คนเดียวในห้องสมุด

 

 

 

 

มื้อเช้าพร้อมแล้ว เสื้อผ้าที่จับยัดใส่เครื่องไปเมื่อครู่ก็ทั้งซักและอบจนแห้ง กลิ่นผ้าซักใหม่ๆ หอมกรุ่น จียงสะบัดๆ ให้เสื้อผ้าเข้าทรงแล้วลงมือพับเสื้อผ้าใส่ตะกร้า มือเรียวแตะตรงคอเสื้อยืดเก่าๆ เปื่อยขาด และหัวเราะอย่างขำๆ พลางบ่นกับตัวเอง

 

 

“ขาดขนาดนี้ทำผ้าขี้ริ้วได้แล้วมั้งเนี่ย”