[OS] Friends

posted on 10 Sep 2014 17:41 by any-poly in Oneshot-SF directory Fiction

[OS] Friends

Paring : TempG

Rating : PG13

A / N : Your friends won’t love you like I do & Friends of Ed Sheeran

 

 

 

“จียงเป็นคนเดียวในบรรดาสมาชิก BIGBANG ที่ได้มาดูหนังครับ ถึงพวกเราสนิทกันแค่ไหน แต่พอมาดูหนังเขาก็ไม่ได้ล้อเลียนอะไรผมนะครับ”

 

ชเวซึงฮยอนพูดกับนักข่าวพร้อมรอยยิ้มเมื่อถูกถามถึงปฏิกิริยาของเพื่อนร่วมวงที่ได้ไปชมภาพยนตร์เรื่องล่าสุดที่เขาเล่น ถ้าจำไม่ผิดซึงฮยอนคิดว่าเขาถูกตั้งคำถามแนวๆ นี้มา 2 หรือไม่ก็ 3 ครั้งแล้วจากนักข่าว และคำตอบที่เขาตอบก็คล้ายๆ กันทุกครั้ง เพราะตอนนี้สมาชิกในวงก็กำลังยุ่งอยู่กับชีวิตส่วนตัวของตัวเองจนไม่ได้มีเวลาจะคุยกันบ่อยนัก ขนาดห้องแชทใน Kakaotalk ที่นักข่าวถามถึงก็ไม่มีใครส่งข้อความอะไรต่อจากข้อความสุดท้ายของเจ้ามักเน่ที่บอกว่าตอนนี้กลับมาจาก LA แล้ว

 

ใจจริงเขาอยากให้นักข่าวถามถึงเรื่องของหนังมากกว่าเรื่องของวง เพราะคำถามประเภทที่ว่าจะกลับมาทำเพลงกันเมื่อไหร่ จะมีอัลบั้มเดี่ยวไหมเป็นเรื่องที่ยากจะคาดเดาสำหรับสถานการณ์ในตอนนี้ เวลาติดปีกโบยบินไปเงียบๆ ตั้งแต่วันแรกที่เดบิวต์มาจนกระทั่งวันนี้ 9 ปีของการอยู่รวมกันเป็นวงดูเหมือนเป็นเรื่องล้อเล่นมากกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง เพราะสำหรับเขาแล้วอัลบั้มแรกของ BIGBANG เหมือนเพิ่งจะวางแผงไม่นานนี้เอง

 

ซึงฮยอนรู้ว่าเขาควรหยอดน้ำตาลให้แฟนๆ มีความหวังมากกว่านี้ แต่ไม่ใช่คนชอบโกหก หรือตอบให้คำถามพวกนั้นพ้นไปวันๆ เพื่อปั่นหุ้นแบบท่านประธาน ซึงฮยอนเลยเลือกตอบนักข่าวไปตามความจริงว่า เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอัลบั้มหน้าจะเสร็จเมื่อไหร่

 

ร่างสูงยิ้มอ่อนๆ ให้นักข่าวก่อนจะขอตัวแยกกลับมาที่รถ ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาซึงฮยอนรู้สึกเหมือนตัวเองใช้พลังงานเท่ากับตอนที่ไปทัวร์คอนเสิร์ตติดๆ กัน และรู้สึกปวดตัว ปวดหัวเหมือนกำลังจะเป็นไข้ พี่ผู้จัดการกับการ์ดจึงเป็นคนขับรถพาเขากลับ ปกติซึงฮยอนจะกลับไปนอนที่บ้านที่อยู่นอกกรุงโซล แต่ตารางงานช่วงนี้ทำให้เขาตัดสินใจพักที่คอนโดกลางเมืองเพราะต้องการร่นระยะเวลาการเดินทางให้สั้นลง

 

ซึงฮยอนยิ้มทักทายเพื่อนบ้านที่สวนกันหน้าลิฟต์ เขาจำได้ว่าเธอแนะนำตัวว่าเป็นนางแบบพักอยู่กับแฟนหนุ่มที่เป็นนักธุรกิจ พอคิดถึงเรื่องนางแบบสาวสวยกับหนุ่มร่ำรวยซึงฮยอนก็ยิ่งรู้สึกเหมือนอาการป่วยจะหนักขึ้นกว่าเก่าเพราะรู้สึกอึดอัดเหมือนจะหายใจไม่ออก

 

มือแข็งแรงกดรหัสประตูห้องก่อนจะหมุนเปิดประตูเข้าห้อง เขาคิดอะไรไม่ออกเลยนอกจากคิดถึงเตียงนอนอุ่นๆ

 

ไฟในห้องนั่งเล่นเปิดไว้สว่างจนซึงฮยอนเผลอคิดอะไรตื้นๆ อย่างการที่เขาบังเอิญเดินเข้าห้องคนอื่นที่บังเอิญใช้รหัสผ่านเข้าห้องเหมือนกัน แต่ความคิดทั้งหมดถูกทำลายลงเหมือนหมอกที่ระเหยหายไปตอนพระอาทิตย์ทอแสง เพราะแขกไม่ได้รับเชิญละสายตาจากหนังเรื่อง A Clockwork Orange ที่ฉายภาพตอนที่พระเอกในเรื่องกำลังถูกทดลองล้างสมองอยู่บนจอแล้วยิ้มหวานให้ซึงฮยอน

 

เขากำลังถูกล้างสมอง 

 

“ฮยองกลับมาแล้วเหรอฮะ”

 

ควอนจียงเอ่ยเสียงใสก่อนจะกดปิดโทรทัศน์และลุกจากโซฟามาหา ซึงฮยอนได้กลิ่นบุหรี่และเห็นว่าไวน์รุ่น Vintage ปี 2003 ขวดหนึ่งของเขาถูกดื่มไปเกือบครึ่ง จียงมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าและทำหน้าเหมือนเด็กเล็กๆ เห็นว่าพ่อแม่กลับมาบ้านตอนที่กำลังแอบกินขนม

 

“ผมหยิบไวน์มาดื่มนะฮะ” ริมฝีปากบางถูกกัดเบาๆ “ขอโทษที่มาแบบไม่ได้บอกก่อนฮะ ผมคิดว่าฮยองคงยุ่งๆ เลยไม่อยากกวน”

“อือ ไม่เป็นไรหรอก ว่าแต่นายเข้าห้องได้ยังไง”

“ก็ฮยองไม่ได้เปลี่ยนรหัสเข้าห้องนี่”

 

จียงตอบพลางยิ้มจนตาหยี ที่จริงเวลาคนตรงหน้าไม่แต่งหน้า ไม่แต่งตัว เขาก็รู้สึกว่าจียงเหมือนเด็กแก้มกลมคนเดิมที่มากับยองเบเพื่อชวนเขาไปฟอร์มวงด้วย ซึงฮยอนพยักหน้ารับคำอีกฝ่ายทั้งที่รู้สึกตาร้อนผ่าวๆ และรู้สึกเหมือนอากาศหนาวกว่าปกติจนขนลุก ตาเรียวของจียงจ้องมาอย่างตกใจ

 

“ฮยอง เป็นอะไรหรือเปล่าฮะ ทำไมหน้าซีดๆ”

 

ซึงฮยอนรู้สึกเหมือนพิษไข้ไหลผ่านร่างกายเป็นไอร้อนวูบวาบทันทีที่ฝ่ามือของจียงแตะหน้าผาก ความร้อนนั้นไหลผ่านปลายมือบางไปที่ตาทั้งสองข้าง แก้ม ลำคอ บางส่วนไหลไปที่ปลายมือและพิษไข้บางส่วนวนเป็นพายุอยู่ในช่องท้อง เขาไม่นึกว่าตัวเองจะไข้ขึ้นรวดเร็วขนาดนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็ปกติดี

 

“ฮยอง ไปนอนดีกว่านะฮะ เดี๋ยวผมหายาให้ ไปฮะ”

 

ร่างบางดึงมือซึงฮยอนที่กำลังไข้ขึ้นเข้าไปในห้องนอน จียงขมวดคิ้วตอนที่เขาเถียงว่าไม่ได้เป็นไข้หนักขนาดที่เดินเองไม่ไหว หัวหน้าวงชองเชาจัดการส่งคนป่วยขึ้นเตียงก่อนจะเดินออกจากห้องไปเตรียมยาลดไข้กับผ้าชุบน้ำมาจะเช็ดตัวให้ ซึงฮยอนรีบลุกขึ้นมานั่งตอนที่จียงนั่งลงทำท่าจะเช็ดตัวให้

 

“ไม่ต้องหรอก ฉันเช็ดเองได้”

“ไม่ต้องอายหรอกน่า” จียงปัดมือของพี่ใหญ่ออกก่อนจะวางผ้าขนหนูเย็นเฉียบลงบนซอกคออีกฝ่าย “ใครๆ ก็เห็นหุ่นพี่กันหมดแล้ว ไม่ต้องมาทำเป็นเขินหรอก ทีถ่ายหนังโป๊ยังไม่เห็นจะอายเลย”

“ฉันไม่ได้ถ่ายหนังโป๊นะ” ซึงฮยอนทำหน้าหงุดหงิด “มันเป็นฉากที่จำเป็นต้องโป๊หรอก”

“แล้วเลิฟซีนนี่ก็จำเป็นด้วยงั้นสิ ฮยอง”

“ฉันจูบผู้หญิงในหนังอย่างเดียวหรอก ไม่เหมือนนายสักหน่อย”

 

ซึงฮยอนตอบเสียงเบาและจียงก็ทำเป็นไม่ได้ยินประโยคนั้น มือบางยังคงตั้งอกตั้งใจเช็ดตัวให้คนป่วยไปเรื่อยๆ จากลำคอ ลงไปที่ไหล่กว้าง มือบางเลื่อนเข้าไปใต้เสื้อเชิ้ตและลากเนื้อผ้าเย็นฉ่ำไปบนผิว ซึงฮยอนรู้สึกเหมือนพิษไข้ไหลวูบวาบตามมือจียงไปด้วย

 

ผ้าเช็ดตัวเลื่อนไปตรงไหน ไอร้อนวาบก็วิ่งตามไปตรงนั้น

 

“เอาล่ะ กินยาเถอะฮะ”

 

มือเรียวยื่นยาเม็ดสีขาวสองเม็ดให้ซึงฮยอนในระยะที่ใกล้จนอีกนิดเดียวก็จะเรียกว่าป้อนอยู่แล้ว ร่างบางพยักพะเยิดก่อนจะเอ่ยเบาๆ เหมือนหลอกเด็กกินขนม

 

“กินสิฮะ จะได้หายไวๆ นะ”

 

ร่างบางชักมือหนีมือของซึงฮยอนเมื่อจะเอื้อมมือไปรับยา จียงขมวดคิ้วก่อนจะยื่นกลับมาที่ริมฝีปากอีกครั้ง ซึงฮยอนปวดหัวตุบๆ เกินกว่าจะล้อเล่นกับจียงต่อไปจึงตัดสินใจกินยาที่อีกฝ่ายป้อนให้แต่โดยดีและจียงก็ทำหน้าพอใจเมื่อเห็นเขาดื่มน้ำตามจนหมดแก้ว

 

“คราวนี้นอนเลยฮะ”

“ขอบใจนะจียง”

“ไม่เห็นเป็นไรเลยฮะ” ร่างบางยิ้มสดใส “เราเป็นเพื่อนกันนี่”

 

ซึงฮยอนมองดวงตาสีน้ำตาลสดใสของอีกฝ่ายครู่หนึ่งก่อนจะถอนใจและล้มตัวลงนอน ในหูได้ยินเสียงจียงทำอะไรกุกๆ กักๆ อยู่ใกล้ๆ แต่เปลือกตาทั้งสองข้างหนักเกินกว่าจะเปิดขึ้นรับภาพใดๆ ซึงฮยอนจึงยอมแพ้และปล่อยให้ตัวเองจมลงไปในความฝันพร้อมพิษไข้และอาการปวดตุบๆ ตรงขมับข้างซ้าย

 

เวลาผ่านไปนานแค่ไหนไม่รู้กว่าซึงฮยอนจะตื่นขึ้นมาเพราะคอแห้งและเหนียวตัวเพราะเหงื่อที่ชุ่มแผ่นหลัง ตรงอกข้างซ้ายหนักเหมือนมีอะไรมาทับอยู่ พอตั้งใจมองดีๆ ถึงได้เห็นว่าสิ่งที่ทับอยู่คือใบหน้าเรียวๆ ของคนที่บังคับให้เขากินยาไป ควอนจียงหลับสนิทจนไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าหมอนมีชีวิตที่เองหนุนอยู่ตื่นขึ้นแล้ว

 

ซึงฮยอนพยายามขยับเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อจะไม่ให้จียงตื่น แต่อีกฝ่ายก็ลืมตาขึ้นมานั่งงัวเงียอยู่ข้างๆ ซึงฮยอนลูบผมยุ่งๆ นั่นเบาๆ ก่อนจะพูดทั้งที่เสียงแหบแห้ง

 

“นอนเถอะ เดี๋ยวฉันจะไปกินน้ำหน่อย”

“น้ำอยู่นี่ฮะ” จียงพูดทั้งที่ยังทำตาปรือ “ผมหยิบมาวางไว้ เพราะคิดว่าฮยองคงตื่นขึ้นมาหิวน้ำแน่ๆ”

 

ซึงฮยอนขอบคุณเบาๆ ก่อนจะรับแก้วน้ำจากจียงมาดื่ม มือบางของจียงแตะหน้าผากเขาดูอีกครั้งและบ่นว่าตัวยังอุ่นๆ อยู่ ร่างบางเลยจัดการส่งยาลดไข้ให้เขาอีก 2 เม็ด และคราวนี้ซึงฮยอนก็ยอมให้จียงป้อนยาพร้อมเช็ดตัวอย่างว่าง่าย ร่างสูงมองคนเฝ้าไข้ที่ทำท่าจะล้มตัวลงนอนข้างๆ กันอีกครั้งก่อนจะรีบเอ่ยขัด

 

“เดี๋ยวนายไปนอนอีกห้องนึงดีไหม มานอนด้วยกันแบบนี้เดี๋ยวนานติดไข้นะ”

“ไม่เป็นไรหรอกน่าฮยอง มานอนต่อเถอะฮะ พรุ่งนี้มีงานอีกนี่”

“แต่ว่า...”

“นอนเถอะฮะ”

 

ร่างสูงถูกดึงให้ลงมานอนที่เดิมและจียงก็ขยับกลับมาใช้อกซึงฮยอนเป็นหมอนเหมือนเดิม ร่างบางพึมพำว่าซึงฮยอนยังตัวร้อนอยู่และหลับไปทันทีที่พูดจบ ซึงฮยอนคิดว่าตัวเองไข้ขึ้นอีกรอบเพราะรู้สึกว่ามีไอร้อนวูบวาบที่ข้างแก้มและหัวใจเต้นแรงขึ้นอีกจนน่ากลัว

 

แต่จียงบอกให้หลับ และเขาก็หลับต่อได้จริงๆ แต่สิ่งที่ซึงฮยอนจำได้ก่อนหลับคืออ้อมแขนของจียงกอดกระชับไว้แน่นกว่าเก่า

 

 

เช้าวันนี้ซึงฮยอนไม่ได้อาการดีขึ้นกว่าเมื่อวานนัก เขายังคงมีไข้และปวดหัว ปวดตา แต่ที่แย่กว่าเดิมคือคนที่มานอนเฝ้าไข้ตอนนี้นั่งหน้าซีด ปากบางแห้งแตกเป็นขุยเพราะติดไข้ ซึงฮยอนเห็นพี่ผู้จัดการคนใหม่ของตัวเองทำหน้าแปลกๆ ตอนที่เข้ามารับที่คอนโดแล้วเห็นจียงนั่งป่วยอยู่ในห้อง

 

ถ้าเป็นพี่ผู้จัดการคนเก่าของเขาคงจะไม่ทำหน้าแบบนี้แน่ๆ

 

จียงนั่งเอนๆ อยู่ที่เตียงตอนที่ซึงฮยอนแต่งหน้าเสร็จแล้วและขอเข้ามาแต่งตัวในห้องนอน ร่างบางไอแห้งๆ ก่อนจะเดินมาช่วยติดกระดุมเสื้อเชิ้ตให้และไม่วายแตะหน้าผากซึงฮยอนดูด้วย

 

“ตอนนี้ผมไม่แน่ใจแล้วว่าฮยองไข้ไม่ลด หรือผมไข้ขึ้นกันแน่”

“นายน่าจะไปหาหมอนะ”

“ผมจะกินยาดูก่อนฮะ” จียงตอบเบาๆ “ถ้าฮยองไม่ไหวต้องบอกพี่ผู้จัดการนะฮะ”

“รู้แล้วล่ะ”

 

ร่างบางยิ้มทั้งที่ตาโรยเพราะพิษไข้ ซึงฮยอนรู้สึกผิดที่ตามใจให้จียงนอนด้วยเมื่อคืนนี้ แต่ดูท่าทางจียงไม่ได้ยินดียินร้ายอะไรกับการที่ตัวเองป่วยครั้งนี้ ซึงฮยอนเลยหันไปหยิบนาฬิกามาสวมและเมื่อรู้ตัวอีกทีแขนผอมๆ ของควอนจียงก็โอบอยู่รอบคอแล้ว

 

ตอนนี้ซึงฮยอนไม่รู้ว่าลมหายใจ หรือริมฝีปากของจียงกันแน่ที่ร้อนผ่าว

 

หรือทั้งสองอย่าง

 

 

 

 

ไม่รู้ .. เขาไม่รู้

 

 

 

 

 

จูบของจียงอ้อยอิ่งสมกับที่ซึงฮยอนไม่ได้สัมผัสมานานหลายเดือน ซึงฮยอนรู้ว่าจียงชอบสัมผัสแบบนี้ แบบที่ได้แสดงออกว่าเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ แบบที่ตรงไปตรงมา เขาถึงได้ไม่เว้นระยะห่างระหว่างริมฝีปากของกันและกันเลย เอวบางอยู่ในอ้อมแขน และแขนเพรียวก็โอบรอบคอเขา

 

“นายบอกฉันว่านายมีเธอแล้ว” ซึงฮยอนพูดเบาๆ ตอนที่ละริมฝีปากแล้ว “นายบอกว่าให้เราเป็นเพื่อนกัน”

“ก็เราเป็นเพื่อนกัน”

“เพื่อนกันไม่ทำแบบนี้หรอกนะ”

 

จียงไม่ตอบแต่วกกลับมาจูบเขาซ้ำ ซึงฮยอนได้ยินว่าแฟนๆ โมโหจียงกันหัวฟัดหัวเหวี่ยงตอนที่รู้เรื่องจียงกับนางแบบคนนั้น ทุกคนพูดกันว่าจียงไม่รู้จักเข็ด แต่ซึงฮยอนคิดว่าทุกคนคิดผิด

 

เขาเองต่างหากที่เจ็บแล้วไม่รู้จักจำ

 

“ถ้าฮยองไม่ไหวต้องบอกพี่ผู้จัดการนะฮะ”

“รู้แล้วล่ะ นายก็ต้องกินยานะ”

“ฮะ”

 

ร่างบางยิ้มกว้างและยอมถอยห่างจากอ้อมแขนเขา ซึงฮยอนรู้สึกว่าจียงดูสดใสทั้งที่เป็นไข้ตัวรุมๆ และหน้าซีด แถมเสียงแห้งจนแทบไม่ได้ยินเวลาพูด แต่จียงสดใสจริงๆ เพราะอีกฝ่ายยิ้มไม่ยอมหยุด

 

“นาย ...” ตาคมของซึงฮยอนจับจ้องตาเรียวของอีกฝ่าย “นายทำแบบนี้กับเพื่อนคนอื่นหรือเปล่า”

“ผมไม่มีเพื่อนที่เป็นแบบฮยองหรอกฮะ ฮยองน่ะ One of a kind นะ”

 

เสียงหัวเราะของซึงฮยอนเปลี่ยนเป็นเสียงไอค่อกแค่กก่อนที่เจ้าตัวจะเดินออกไปหาพี่ผู้จัดการที่รออยู่ข้างนอก ทั้งที่ปวดหัวตุบๆ แถมไข้ขึ้นจนรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ แต่ชเวซึงฮยอนก็ยังดูสดใส

 

 

ถึงหลังจากนั้นจะถูกจับส่งไปฉีดยาลดไข้กับให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาลชเวซึงฮยอนก็ยังดูสดใสอยู่ดี

 

 

 

   

 

 END

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

TALK ... ไม่เจอกันนานคิดถึงจังเล้ยยยย 555+ คิดถึงทุกคนนะคะ

ลองฟังเพลง Friends ของพี่เอ็ดดูนะคะ หวานเชียว เคลิ้มเลย 555+

ขอบคุณค่า

Comment

Comment:

Tweet

จียงนายนี่มัน...เห้อออ 555

#7 By smile (223.206.14.143|223.206.14.143) on 2014-09-23 22:47

ไรท์เตอร์คะ นี่ฟิคหรือเรื่องจริงคะ? เหมือนจะเป็นเรื่องจริงที่(แอบ)คิดเลยค่ะ 555

จียงคนขี้อ้อน ขี้หวง ขี้เอาแต่ใจ ทำแบบนี้จะเอาไงบอกมา ถ้าฮยองแอบไปมีสาวนี่เจ็บหนักเลยนะคนสวย ร้องไห้ขี้มูกโป่งแน่เด็กดื้อ

เข้าทำนองอยากได้ทั้งแฟนสาว จะเอาทั้งแฟนหนุ่ม พกรี๊ดดด!! >.<cry cry cry

#6 By หมอก (49.230.140.69|49.230.140.69) on 2014-09-11 02:27

ไรท์เตอร์คะ นี่ฟิคหรือเรื่องจริงคะ? เหมือนจะเป็นเรื่องจริงที่(แอบ)คิดเลยค่ะ 555

จียงคนขี้อ้อน ขี้หวง ขี้เอาแต่ใจ ทำแบบนี้จะเอาไงบอกมา ถ้าฮยองแอบไปมีสาวนี่เจ็บหนักเลยนะคนสวย ร้องไห้ขี้มูกโป่งแน่เด็กดื้อ

เข้าทำนองอยากได้ทั้งแฟนสาว จะเอาทั้งแฟนหนุ่ม พกรี๊ดดด!! >.<cry cry cry

#5 By หมอก (49.230.140.69|49.230.140.69) on 2014-09-11 02:27

จียงเพื่อนภาษาอะไรเค้าทำกันแบบนี้ ฮ่ะะะ
แต่พี่ท็อปมีความสุขก็ดีแค่ไหนแล้ว
จีคงติดท็อปอะนะ
อย่าให้พี่ท็อปมีแฟนนะ
เดี๋ยวคนเสียใจไม่ใช่ใครอื่น
นอกจากเพื่อนพิเศษคนนี้
จะว่าจีก็น่ารักมากเลยนะ
มารอที่ห้องป้อนยา เช็ดตัว
แถมอ้อนฮยองอีกสุดๆ
ทีนี้พี่ท็อปก็คงจะรีบกลับมานอนที่ห้องแม้จะต้องให้น้ำเกลือคงต้องมาให้ที่ห้องนี้แหละ
มีพยาบาลส่วนตัวนินา
อิอิ
รอเรื่องต่อไปอีกนะคะ
อย่าลืมนะเรื่องที่ค้างไว้อะ สัญญาว่าจะมาต่อแล้ว
รออยู่นะคะ

#4 By mintaname on 2014-09-10 21:08

ควอนจียงเด็กเอาแต่ใจถึฃจะเอาแต่ใจยังไงก็รักนะ😘😘😘😘

#3 By yuigd (1.46.169.253|1.46.169.253) on 2014-09-10 20:07

sad smile แหม่ๆๆๆๆๆคุนควอน..... 'เพื่อน' จ้าาาาาเพื่อน
เพื่อนที่ทำให้เพื่อนที่ไม่สบายสามารถยิ้มร่าได้เนี้ยยยยยย มันเพื่อนกันคร้าาาาาา ฮี่ๆๆๆๆ
แอบสงสารซึงฮยอนจัง เจ็บๆสุขๆ ...แต่ก็นะเพื่อความสุขของตัวเล็ก ......

#2 By madamKwon on 2014-09-10 19:36

ควอนจียงเด็กเห็นแก่ตัว
ขยันทำให้ฮยองเจ็บ
พอๆกับที่ ขยันทำให้ฮยองยิ้ม

#1 By pukpods (171.101.80.209|171.101.80.209) on 2014-09-10 18:18