[OS] : 1108

posted on 28 Nov 2014 16:13 by any-poly in Oneshot-SF directory Fiction

[OS] : 1108

 

Pairing : TempG (TOP’s POV)

 

Rating : PG

 

A/N : The italic show that ‘Your heart is unobtainable. Even though Lord knows you kept mine.’  from Sam Smith - I'm Not The Only One

 

 

 

 

            ไม่ได้มาที่ห้องนี้นานเท่าไหร่แล้วนะ ครึ่งปี หรืออาจจะมากกว่านั้น

 

            ร่างสูงคิดตอนที่เดินผ่านห้องนั่งเล่นในห้องชุดหมายเลข 1108 ที่เช่าเอาไว้เป็นที่พักผ่อนส่วนตัว ตอนแรกเขาไม่คิดจะเช่าที่นี่ด้วยซ้ำ แต่จียงกลับบอกว่าอยากได้ห้องที่ไม่ไกลจากตึกวายจีมาก เผื่อออกจากสตูดิโอตอนดึกๆ จะได้ไม่ต้องขับรถกลับไปไกลๆ สุดท้ายเขาก็ต้องไปขอร้องพี่ผู้จัดการเก่าให้ช่วยทำสัญญาเช่าห้องชุดที่นี่เอาไว้ให้โดยใช้ชื่อของพี่เขาและซึงฮยอนเป็นคนออกค่าใช้จ่ายทั้งค่าเช่าและค่าจ้างแม่บ้าน

           

            เมื่อก่อนเขามักจะมาค้างที่นี่อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้งสองครั้ง

 

            ซึงฮยอนเดินเข้าไปในส่วนห้องนอนและเลื่อนเปิดผ้าม่านผืนหน้าที่กันแสงสาดเข้ามาจากทางหน้าต่างกระจก ทั้งที่ห้องนี้ไม่ค่อยมีคนอยู่บ่อยนักแต่แทบไม่มีฝุ่นอยู่ในผ้าม่านเลย เขาจำได้ว่าวันที่ตกลงจะเช่าที่นี่ จียงบ่นอุบเรื่องที่ห้องนอนมีแสงมากเกินไป

 

            ‘ผมนอนตอนเช้านะ ใครจะนอนหลับถ้าสว่างขนาดนี้’

            ‘นายก็หัดนอนให้เป็นเวลาสิ’

            ‘ผมนอนไม่หลับนี่’ จียงเริ่มงอแง ‘เราเปลี่ยนเป็นผ้าม่านแบบหนาๆ หน่อยนะฮะ ไม่ได้เหรอฮะ’

 

            เขาจำไม่ได้แล้วว่าตอนนั้นตอบไปว่าอะไร แต่ที่รู้คือหลายวันหลังจากนั้นเป็นช่วงที่เขานั่งเลือกผ้าม่าน ถ่ายรูปสีที่น่าสนใจส่งไปให้ฝ่ายโน้นเลือกและโทรไปสั่งที่ร้านให้มาวัดขนาดพื้นที่และตัดผ้าม่านพร้อมทำราวแขวนม่านใหม่เพื่อจะได้เสริมผ้ากัน UV ไปอีกชั้น ซึงฮยอนจำได้ว่าจียงยิ้มกว้างอย่างพอใจตอนที่เห็นผ้าม่านใหม่ เขาจำได้ละเอียดขนาดที่ว่าอีกฝ่ายยิ้มหวานก่อนจะเข้ามากอด

 

            จำไม่ได้แล้วว่ากอดแรกเริ่มต้นตอนไหน แต่ซึงฮยอนจำได้ว่าจูบครั้งแรกเริ่มต้นตอนงานเลี้ยงครบรอบ 1 ปีของวง

 

            ร่างสูงเดินไปดูกล่องที่ให้ป้าแม่บ้านเก็บของเอาไว้ให้ ในกล่องนั้นไม่ได้มีของอะไรมากมายนักนอกจากเสื้อผ้าไม่กี่ชุด น้ำหอม ที่โกนหนวด ส่วนอุปกรณ์ในห้องน้ำป้าแม่บ้านก็ใส่ถุงซิปล๊อคเอาไว้ให้อย่างเรียบร้อย มือแข็งแรงแตะเบาๆ ที่เสื้อยืดสีขาวที่จียงมักจะใส่นอน มันเก่ามากแล้วและเริ่มนิ่มแต่จียงก็ชอบใส่

 

            อย่างน้อยก็เคยชอบ ... พูดแบบนั้นถึงจะถูก

 

            ซึงฮยอนตรวจตู้เสื้อผ้าว่างเปล่าและเช็คดูว่าไม่มีของอะไรหลงอยู่ในโต๊ะข้างเตียง ของใช้ชิ้นใหญ่ๆ ในห้องเขาขอให้พี่ผู้จัดการมาจัดการขนออกไปหมดแล้ว ร่างสูงนั่งลงบนเตียงกว้างที่มีผ้าคลุมเตียงกันคลุมกันฝุ่น เขาจำได้ว่าตัวเองชอบนั่งอ่านหนังสือเงียบๆ ตอนที่จียงหลับเหมือนเด็กๆ ตาเรียวปิดสนิทและบางทีหัวคิ้วก็ขมวดมุ่นถ้าหลับไม่สนิท เขาจะเลิกอ่านหนังสือและดึงคนตัวผอมๆ เข้ามากอดไว้ก่อนจะหลับไปพร้อมกัน

 

            ‘เราพูดกันกี่ครั้งแล้ว ทำไมพี่ถึงไม่เข้าใจ’

            ‘นายต่างหากที่ไม่เข้าใจ ที่ฉันพยายามจะพูดก็คือ .... ’

            ‘คือมันเป็นไม่ได้’ จียงตะโกนเสียงดัง ‘พี่คิดว่ามันง่ายเหรอ สำหรับเราสองคน’

            ‘มันเคยง่ายนะ สำหรับนายกับฉัน ตอนนั้นที่ฉันพยายามจะไม่เริ่ม นายเองไม่ใช่เหรอที่บอกว่าชีวิตมันไม่ได้ยากขนาดนั้น แล้วตอนนี้นายจะบอกว่ามันไม่ง่าย’

            ‘พี่ไม่เข้าใจ’ จียงพูดอย่างหงุดหงิด ‘ไม่เคยยอมเข้าใจอะไรง่ายๆ เลยสักอย่าง’

 

            ร่างสูงส่ายหน้าและลุกขึ้นจากเตียง สิ่งที่ซึงฮยอนเกลียดที่สุดเกี่ยวกับตัวเองคือทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องที่มีความสุข วันร้ายๆ จะผุดขึ้นมาแทนที่ตลอดเวลา มือแข็งแรงปิดฝากล่องที่แม่บ้านวางไว้ให้และยกออกมาวางที่ข้างประตู รอยบิ่นเล็กๆ ตรงวงกบทำให้ซึงฮยอนนึกถึงครั้งสุดท้ายที่มาห้องนี้ ตอนก่อนเขาเริ่มถ่ายหนังเรื่องล่าสุด มือแข็งแรงแตะรอยไม้บิ่นเล็กๆ อย่างระมัดระวัง

เขามักจะมีปากเสียงกับจียงเสมอในระยะหลัง จากเรื่องงานที่ไม่ลงรอยกันบ่อยๆ และลามมาจนถึงเรื่องส่วนตัว บางครั้งเขาก็สงสัยว่าตัวเองก้าวมาถึงจุดนี้ได้อย่างไรเมื่อมองกลับไปตรงที่จุดเริ่มต้น ตอนแรกทุกอย่างมันเคยดีกว่านี้

 

            ‘ผมตัดสินใจแล้ว พี่คงเข้าใจใช่ไหม’

            ‘ฉันแค่ไม่เข้าใจ’ ซึงฮยอนพูดเสียงเบา ‘ถ้านายจะขอเลิกกับฉันแบบนี้ ตอนนั้นนายจะขอกลับมาทำไม’

            ‘เรื่องของเรามันเป็นไปไม่ได้แล้ว เรามาสุดทางแล้วพี่ก็น่าจะรู้’

            ‘เพราะนายมีทางอื่นให้เดินแล้วใช่ไหม’

 

            ทุกครั้งที่ทะเลาะกัน ซึงฮยอนมักจะโกรธตัวเองบ่อยๆ และรู้สึกเป็นความผิดของตัวเอง ทั้งที่มีหลายทางที่จะให้เลือก แต่กลับเลือกทางที่นี้ทั้งที่รู้ว่าวันข้างหน้าจะจบแบบไหน

 

            ‘ฉันเชื่อนายมาตลอด ที่ผ่านมาฉันก็พยายามเพื่อเรามาตลอด’

            ‘ผมก็คิดมาตลอดเหมือนกัน’ ฟันคมกัดลงบนริมฝีปาก ‘ผมแค่สงสัยว่ามันมีเคยคำว่าเราจริงๆ เหรอระหว่างพี่กับผม ผมแค่สงสัยว่าเราเคยรักกันจริงๆ หรือแค่เรื่องบนเตียงกันแน่’

            ‘นายควรจะถามตัวเองมากกว่าถามฉันนะ’

 

            ซึงฮยอนจำได้ว่าเพราะคำนั้นของอีกฝ่ายทำให้เขาเดินออกไปจากห้องนี้โดยมีเสียงอะไรบางอย่างที่เป็นแก้วแตกหลังจากที่เขาปิดประตู หลังจากนั้นทุกอย่างก็ดำเนินไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาจำได้ว่าตัวเองฟูมฟายแทบตายตอนที่เลิกกับแฟนคนแรก แต่ครั้งนี้ทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหมดทั้งตัวเขาเองและจียง เพราะเขาดูเหมือนจะปกติดี อีกฝ่ายก็คงเหมือนกัน

 

            แต่สำหรับเขา แผลที่เป็นอยู่มันเจ็บจนชาไปแล้ว เขาถึงดูเหมือนปกติดี

 

            ตาคมเหลือบมองรอบห้องช้าๆ อีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่อะไรหลงเหลืออยู่ในห้องนี้ และที่สำคัญเพื่อย้ำกับตัวเองว่าทุกอย่างว่างเปล่า

 

            มันไม่มีอะไรอยู่แล้วตั้งแต่ต้น ไม่ว่าจะทางไปต่อ หรือคำว่าเรา

 

            มือแข็งแรงกดโทรออกหาพี่ผู้จัดการคนเก่าที่ตอนนี้ไม่ได้ดูแลเขาแล้ว รอไม่ถึงอึดใจก็มีเสียงตอบรับกลับมาจากปลายสายสั้นๆ เป็นน้ำเสียงที่คุ้นเคย

            “ไง”

            “ผมดูห้องแล้วนะครับ ไม่มีอะไรแล้ว”

            “งั้นเหรอ ดีแล้วล่ะ เดี๋ยวค่าประกันห้องฉันจะโอนกลับเข้าบัญชีนายให้นะ”

            “พี่เก็บไว้ก็ได้ครับ” ซึงฮยอนพูดเบาๆ แล้วหัวเราะ “เอาไว้ซื้อขนมแจกพวกเด็กๆ”

            “เด็กๆ พวกนั้นไม่ได้กินเยอะแบบนายหรอกน่า” เสียงของพี่ผู้จัดการเจือเสียงหัวเราะ “ฉันจะจัดการให้แล้วกัน ถ้านายอยากได้อะไร บอกฉันได้นะซึงฮยอน”

            “ครับ อ้อ ... ผ้าม่านในห้องทิ้งไว้แบบนั้นเลยนะครับ แล้วก็พี่ช่วยมาเอากล่องของในห้องไปให้จียงได้ไหมครับ”

            “พวกนายยังไม่คุยกันอีกเหรอ”

            “ผมรบกวนพี่หน่อยนะครับ”

            “ได้สิ”

            “ขอบคุณครับ”

            “ซึงฮยอนอา นายคุยกับฉันได้ทุกเรื่องนะ รู้ใช่ไหม”

            “ครับ”

            ซึงฮยอนตอบเสียงเบาและรู้สึกพยายามกลั้นใจไม่ร้องไห้ออกมา เขาคุยกับพี่ผู้จัดการเก่าถึงเรื่องทั่วไปๆ อีกครู่หนึ่งก่อนจะวางสาย ใช้เวลาตัดสินใจอยู่นานก่อนจะวางกุญแจเข้าห้องลงบนฝากล่อง เพราะคงไม่ต้องใช้มันอีกแล้วหลังจากนี้

 

            เพราะมันคงจบแล้วจริงๆ

 

            ร่างสูงมองกุญแจห้องอีกครั้งและตัดใจปิดประตูห้อง ทิ้งไว้แค่แสงสลัวจากห้องนอนผ่านมาจากหน้าต่างห้องที่ผ้าม่านถูกเปิดจนกว้าง ห้องนั่งเล่นว่างเปล่า วงกบประตูแตกบิ่น และกล่องที่รอส่งถึงมือเจ้าของ

 

            ไม่มีอะไรเหมือนเดิมแล้วจริงๆ

 

 

 

 

 

 

 

            But the proof's in the way it hurts

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

END

 

 

 

 

 

 

 

 

Talk ..... ห่างหายไปนานและกลับมาอะไรแบบนี้ จะโดนตีมั้ย 5555 เอาเป็นว่าฟังเพลง นี้กันด้วยนะคะ Sam Smith - I'm Not The Only One

 

ที่จริงไม่เก่งเรื่องพูดอะไรแบบนี้เลยค่ะ แต่ว่าหลังๆ มาถ้ามีใครแวะเวียนมาที่บล็อกก็ทักทายกันได้นะคะ หรือจะเม้นบอกว่าฟิกอ่านไม่รู้เรื่องก็ได้ค่ะ ไม่โกรธจริงๆ >< แต่ถ้าไม่สะดวกจริงๆ ก็ไม่เป็นไรค่ะ เราเข้าใจ

 

ขอบคุณมากๆ ค่ะ ^^

Comment

Comment:

Tweet

แบบว่า มีพาร์ทสองสิคะ
อยากเห็นมุมมองจีบ้าง
ท็อปทั้งเศร้าและทั้งเจ็บปวด
แล้วจีละ??
เป็นไง
บรรยายได้ดีเหมือนเดิมนะคะ
เห็นภาพและรับรู้ถึงความรู้สึกท็อปเลย

#1 By mintaname on 2014-12-02 16:19