[OS] As Sweet As You Are

posted on 15 Feb 2015 14:37 by any-poly in Oneshot-SF directory Fiction

OS : As Sweet As You Are

Paring : TEMPG

Rating : PG13

A/N : เรื่องนี้เขียนมาจากคาแรคเตอร์ที่ซึงฮยอนเป็นเจ้าของร้านขนมในฟิค WINNER ค่ะ แต่เล่าเรื่องสมัยก่อนที่จียงกับซึงฮยอนจะคบกัน เป็นจุดเริ่มต้นของคู่นี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เวียนชะมัด

 

 

 

 

คำแรกที่ผุดขึ้นมาในความคิดของจียงตอนที่ลืมตา ขึ้น แต่คำนั้นก็อยู่ได้ไม่นานนัก เมื่อรู้สึกถึงความผิดปกติในช่องท้อง ร่างบางเตะผ้าห่มที่กองทับตัวแล้ววิ่งเร็วจี๋เข้าไปก้มหน้าโก่งคอคายของเหลว ที่ดื่มจนแทบจะเรียกได้ว่ากรอกเข้าไปเมื่อคืนนี้ออกมาจนหมดใส่ชักโครก

 

 

 

 

ปาร์ตี้คนโสดเฮงซวย!

 

 

 

 

จียงคิดตอนที่ลุกไปบ้วนปากที่อ่างล้างมือ มือบางคว้าแปรงสีฟันขึ้นมาทำความสะอาดตัวเองขั้นแรกก่อนจะมองเงาที่สะท้อนกับมาในกระจก

 

 

 

 

เหมือนศพเดินได้ไม่มีผิด

 

 

 

 

ร่างบางรีบแปรงฟันแถมบ้วนปากอีกสองหนเพื่อกำจัด กลิ่นและรสขมในลำคอออกไปให้หมด จียงอาบน้ำจนสะอาดและโกนหนวดที่เพิ่งขึ้นจนเกลี้ยง เมื่อกลับมายืนตรงหน้ากระจกอีกครั้ง เด็กหนุ่มปี 2 คณะนิเทศศาสตร์ก็พอดูได้กว่าตอนแรก แม้ผมที่ย้อมเป็นสีบลอนด์จะเปียกชุ่มและยุ่งเหยิงเพราะเพิ่งสระ และใบหน้าก็ยังดูซีดเซียว

 

 

 

 

ถ้าย้อนเวลากลับไปเมื่อคืนได้ จะไม่มีทางตกลงไปงานปาร์ตี้ของซึงโฮเด็ดขาด

 

 

 

 

มือบางจัดการเติมผงกาแฟบดลงไปในเครื่องทำกาแฟ อย่างใจเย็น จียงชอบกลิ่นขมๆ ของเครื่องดื่มสีเข้มนี้มากจนลงทุนเอาเงินเก็บจากงานรับจ้างถ่ายภาพไปซื้อ เครื่องทำกาแฟอย่างดีมาไว้ที่หอพัก มาร์โบโร่แดงตัวหนึ่งถูกจุดขึ้นระหว่างรอให้เครื่องดื่มร้อนๆ ไหลลงแก้วกระเบื้องเคลือบเนื้อบางจนได้ปริมาณพอเหมาะ

 

 

 

 

นิโคตินกับคาเฟอีน เป็นสิ่งที่จียงเสพจนกลายเป็นความรื่นรมย์ในชีวิตประจำวันไปแล้ว

 

 

 

 

ตาเรียวเหลือบมองกระดาษโน้ตสีเหลืองนวลที่มีลาย มือขยุกขยิกเขียนด้วยปากกาหมึกซึมสีดำ ถ้านับจากแผ่นแรกถึงแผ่นสุดท้ายก็มี 2 แผ่นไม่ขาดไม่เกิน แต่ละแผ่นเขียนชื่อคัพเค้กที่ถูกใส่ถุงมาแขวนไว้หน้าประตูห้อง ไม่มีชื่อคนส่ง ไม่มีข้อความอื่นๆ มีแค่ชื่อขนมอย่างเดียว

 

 

หอพักนี้เป็นหอพักเอกชนที่มีผู้เช่าส่วนมากเป็นนักศึกษา แถมห้องข้างๆ ห้องเขาก็เป็นสาวน้อยหน้าหวาน เรียนเอกภาษาฝรั่งเศส คณะศิลปศาสตร์  จียงก็เลยสงสัยว่าอาจจะมีคนเอามาแขวนผิดห้อง แต่สาวเจ้าก็ไม่ได้อยู่ห้องมาเป็นอาทิตย์ สุดท้ายจึงตัดสินใจไปขอผู้ดูแลหอพักดูกล้องวงจรปิดเพื่อหาเจ้าของขนมตัวจริง

 

 

 

 

ผู้ชายตัวสูง ไว้ผมยาวประบ่าแล้วรวบเป็นหางม้าสั้นๆ ที่ด้านหลังเป็นคนเอาขนมมาแขวนตรงหน้าห้องเขา

 

 

 

 

ผู้ดูแลหอพักบอกว่าเจ้าของขนมเป็นเด็กคณะรัฐ ศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยเดียวกับที่จียง ชื่อชเวซึงฮยอน เป็นคนเช่าห้องหัวมุมตึกชั้นที่จียงอยู่ พอผู้ดูแลหอพักบอกว่าจะไปพูดกับเจ้าของขนมให้ จียงก็บอกปัดไปว่าไม่เป็นไรเพราะจะจัดการเรื่องนี้เอง

 

 

ร่างบางจำได้ว่าตอนเข้ามาเป็นน้องใหม่ พวกเด็กรัฐศาสตร์โดนรุ่นพี่บังคับให้ไปทำอะไรประหลาดๆ เพื่อจะได้ขอให้รุ่นพี่เซ็นสมุดกิจกรรมรับน้องให้ แต่ที่ประหลาดที่สุดคงจะเป็นตอนที่เด็กปี  1 ตัวสูงตาคมของคณะนั้นเดินมาทักและถามว่ามีแฟนหรือยังตอนที่จียงนั่งอยู่ที่ โรงอาหารกับเพื่อนในคณะ

 

 

จียงเห็นท่าทางขัดเขินของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน และก็เห็นด้วยว่ามีรุ่นพี่คณะนั้นกำลังมองมา เลยตัดสินใจตอบไปอย่างนิ่งๆ ว่า มีแล้ว ใบหน้าของคนฟังเปลี่ยนจากแดงก่ำเป็นขาวซีด และเสียงทุ้มก็พึมพำขอโทษ พร้อมกับบอกว่าต้องมารบกวนแบบนี้เพราะรุ่นพี่สั่ง

 

 

 

 

และหลังจากนั้นก็ไม่เคยมีโอกาสได้คุยกันอีก ทั้งที่บางครั้งบังเอิญเจอกันในลิฟต์ที่หอด้วยซ้ำ

 

 

 

 

ความคิดเรื่องสมัยเป็นน้องใหม่หยุดลงเมื่อเสียง เครื่องทำกาแฟเงียบไป มือบางคว้าถ้วยกาแฟขึ้นมาจิบและดูดบุหรี่อีกครั้ง โทรศัพท์มือถือสั่นเตือนว่ามีสายเข้า

 

 

 

 “โทรมาทำไม”

“จียง อย่าโกรธดิวะ ใครจะไปรู้ว่าพี่ยองจุนจะมาด้วย”

“ไม่ต้องแก้ตัวเลย ปาร์ตี้นี้มึงจัดเอง มึงจะไม่รู้ได้ไงว่าชวนใครมาบ้าง”

“เฮ้ย ไม่รู้จริงๆ” ซึงโฮตอบด้วยน้ำเสียงร้อนรน “ถ้ากูรู้ว่าพี่เขาจะมา กูไม่ชวนมึงหรอก”

“เออ ช่างแม่งเหอะ แค่นี้นะ กูแฮงค์ จะนอนต่อแล้ว”

“เออๆ ไม่โกรธใช่มั้ยอ่ะ”

“เออ”

 

 

 

 

จียงกดตัดสายเพื่อนสนิทก่อนจะจิบกาแฟอีกหนและดูด บุหรี่จนหมดมวน ร่างบางยกยิ้มขื่นเมื่อนึกถึงคนที่เจอในงานเมื่อวาน ใครบอกกันว่าเลิกกันแล้วก็ยังเป็นเพื่อนกันได้ เพราะเขากับพี่ยองจุนมองหน้ากันไม่ติดด้วยซ้ำ หรือที่จริงก็อาจจะกลับมาเป็นเพื่อนกันได้ ถ้าพี่ยองจุนไม่เที่ยวไปพูดกับใครต่อใครแบบนั้น

 

 

 

 

ไม่เคยเป็นอะไรกัน ไม่เคยคิดอะไรกับจียงแบบนั้นเลย ไม่ได้ชอบผู้ชายด้วย จียงคิดไปเองหรือเปล่า

 

 

คิดไปเอง .... แล้วที่จูบกัน ที่นอนด้วยกันมันอะไรวะ

 

 

 

 

ร่างบางกระแทกแก้วกาแฟเปล่าลงกับเคาน์เตอร์อย่าง หงุดหงิดและจุดบุหรี่อีกมวน ตาเรียวเหลือบมองกระดาษที่แปะไว้บนกระดานอีกหน ใบแรกเขียนไว้ว่า White Chocolate Macadamia รสหวานของมันทำให้จียงรู้สึกดีขึ้นหลังจากที่ร้องไห้มาทั้งวันเพราะเรื่อง พี่ยองจุน

 

 

 

 

ใช่ ... คัพเค้กอันแรกถูกเอามาแขวนไว้หน้าห้องในตอนนั้น

 

 

 

 

จียงเขียนข้อความสั้นๆ ลงบนกระดาษโน้ตสีฟ้าอ่อนและเอาไปแปะไว้ที่หน้าห้องตรงหัวมุมตึกโดยไม่เคาะ ประตูเรียกเจ้าของห้อง ข้อความนั้นมีแค่บอกว่า อร่อยดี แต่หวานไป

 

 

หลังจากนั้นก็ได้บังเอิญเจอกันที่ห้องสมุด ซึงฮยอนไม่พูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว และเขาเองก็ไม่ได้ถามอะไรออกไป ตาคมคู่นั้นที่มองตรงมาชัดเจนด้วยความในใจ แต่จียงไม่กล้าคิดอีกแล้ว เพราะแม้แต่คนที่เคยพูดว่ารักกัน ยังทำให้เจ็บได้ขนาดนี้ คนที่ไม่เคยพูดกันเลยสักคำเดียวจะมีอะไรมาให้แน่ใจได้

 

 

วันต่อมากล่องคัพเค้กอีกกล่องก็มาแขวนไว้หน้าห้อง คราวนี้ลายมือบนกระดาษโน้ตบอกว่าเป็นรส Lemon จียงจำได้ว่าตัวเองนั่งละเลียดขนมรสหวานอมเปรี้ยวไประหว่างอ่านหนังสือ เตรียมสอบ พอเช้าวันรุ่งขึ้นที่จะออกไปสอบก็เลยแวะเอากระดาษโน้ตไปแปะหน้าห้องนั้น เพื่อบอกว่า ขอบคุณ

 

 

แม้จะไม่ค่อยได้เจอซึงฮยอนบ่อยนัก แต่จียงรู้ว่าอีกฝ่ายกลับห้องเป็นเวลา พอหกโมงเย็นทุกวันร่างสูงจะปั่นจักรยานเข้ามาตรงลานจอดรถของหอพักซึ่งอยู่ ด้านเดียวกับห้องจียง ร่างบางจะทำโน่นทำนี่เล็กๆ น้อยอย่างพรวนดินต้นกระบองเพชรเล็กๆ ที่ซื้อมาเลี้ยงไว้บ้าง อ่านหนังสืออ่านเล่นบ้าง สูบบุหรี่บ้าง พอเห็นซึงฮยอนเลี้ยวรถเข้ามา จียงก็จะเดินเข้าห้องก่อนที่อีกฝ่ายจะทันสังเกตว่ามีคนมองอยู่

 

 

 

 

การเฝ้ามองดูซึงฮยอนกลับมาที่หอพักเป็นสิ่งที่จียงเสพจนติดพอๆ กับคาเฟอีนและนิโคตินไปแล้ว

 

 

 

 

แต่ขนมหวานนั่นหายไปพร้อมๆ กับที่ซึงฮยอนไม่กลับมาหอพักตั้งแต่ต้นเดือน ที่รู้เพราะช่วงบ่ายสี่จนถึงหกโมงเย็นจึงเป็นช่วงที่จียงจะขังตัวเองไว้ใน ห้อง เพื่อรอดูว่าซึงฮยอนกลับมาแล้วหรือยัง ร่างบางนั่งแกร่วอยู่ที่ระเบียงจนพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าก็ยังไม่เห็นคนที่รอ อยู่

 

 

จียอนเพื่อนที่คณะของจียงซึ่งมีแฟนหนุ่มเป็นเด็กรัฐศาสตร์ เล่าให้พวกเพื่อนๆ ฟังว่าเห็นซึงฮยอนเดินควงกับสาวปริญญาโท คณะศิลปกรรมศาสตร์  

 

 

ตอนนั้นเองที่จียงรู้ว่าทำไมซึงฮยอนถึงหายไป พอกลับมาถึงห้องจียงก็รดน้ำต้นไม้ สูบบุหรี่มวนหนึ่ง พยายามทำทุกอย่างเหมือนปกติ เพื่อให้ตัวเองเข้าใจว่าที่ทำอยู่ก็เป็นกิจกรรมประจำวัน ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับซึงฮยอน แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจคว้ากล้องออกไปถ่ายรูปจนดึกดื่น

 

 

แม้รู้ดีว่าตัวเองกำลังเสียใจ แต่จียงคิดว่ามันไม่ใช่ความรู้สึกอกหักเหมือนตอนที่เลิกกับพี่ยองจุน ตอนนั้นความเจ็บปวดรุนแรงจนแทบทนไม่ไหว ส่วนความรู้สึกครั้งนี้เบาบางเหมือนขนนกตกลงไปบนผิวน้ำ

 

 

 

 

แต่กลับสั่นไหวไปทั้งใจ

 

 

 

 

ร่างบางส่ายหน้าไล่ความรู้สึกหวั่นไหวนั้นทิ้งไป อย่างรวดเร็ว มือเรียวเอื้อมไปแตะกระดาษที่แปะไว้เตรียมดึงออกไปทิ้ง เพราะแปะเอาไว้ก็ไม่ได้ทำอะไรเปลี่ยนแปลงไป ที่จริงเขาอาจจะคิดไปเองอย่างที่พี่ยองจุนว่าก็ได้ แต่เพราะเรื่องที่คิดไปเองนี่แหละที่ผลักดันให้เขาไปงานปาร์ตี้ในคืนวาเลนไท น์ของซึงโฮ แล้วก็ต้องตื่นมานั่งเวียนหัวแบบนี้

 

 

จียงกำลังจะดึงกระดาษที่แปะไว้ออก แต่เสียงเคาะประตูห้องทำให้ต้องลุกขึ้นไปดูตรงตาแมวหน้าห้องแต่ไม่เห็นใคร เลยตัดสินใจเปิดประตูชะโงกหน้าออกไปดู

 

 

 

 

ร่างสูงของใครคนหนึ่งยืนพิงอยู่ข้างประตู

 

 

 

 

“เอาขนมมาฝาก”

 

 

มือแข็งแรงยื่นถุงใส่ขนมอย่างที่เคยใส่มาทุกครั้งส่งมาให้ แต่จียงไม่ได้รับไว้ ร่างบางเห็นแววความผิดหวังชัดเจนบนใบหน้าคมของคนตรงหน้า

 

 

“ไม่เห็นต้องทำแบบนี้เลย” จียงพูดเสียงเบา “นายเอาไปให้แฟนนายเถอะ”

“เดี๋ยวก่อน พูดเรื่องอะไรอ่ะ”

 

 

ซึงฮยอนดันประตูเอาไว้ไม่ให้เจ้าของห้องปิดหนี แต่จียงกลับรู้สึกว่าสถานการณ์ตอนนี้หนักหนาเกินกว่าจะรับไหวแล้ว ถ้าซึงฮยอนทำเหมือนที่พี่ยองจุนเคยทำอาจจะช่วยให้รู้สึกดีกว่านี้

 

 

 

 

บางครั้งถ้าจะทำให้มันจบ เกลียดกันไปเลยก็ง่ายกว่าจริงๆ

 

 

 

 

“จียง ถ้าไม่ชอบขนม นายบอกฉันก็ได้”

“เออ ฉันไม่ชอบ ไม่ชอบทั้งนาย ทั้งขนมเฮงซวยของนายนั่นแหละ”

“ขอโทษนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะกวนนาย”

 

 

จียงโมโหจนคุมตัวเองไม่อยู่ตอนที่เห็นสีหน้าผิดหวังแบบนั้น ของอีกฝ่าย มือบางคว้าคอเสื้อของคนตัวสูงกว่าและตะโกนใส่เสียงดังอย่างไม่กลัวห้องข้างๆ จะโวยวาย

 

 

“นายมีแฟนอยู่แล้ว จะมายุ่งกับฉันทำไม”

“แฟนอะไร” ประกายในตาคมมีแต่คำถาม “นายพูดเรื่องอะไร”

“ก็สาวที่เรียนศิลปกรรมไง นายคิดว่าฉันเป็นแบบนี้ เลยจะเล่นด้วยง่ายๆ ได้งั้นเหรอ”

“จียง เข้าใจผิดไปใหญ่แล้ว นั่นพี่สาวฉัน ชื่อฮเยยุน”

 

 

คราวนี้จียงกลับเป็นฝ่ายงุนงงบ้างเพราะคำตอบของซึงฮยอน ร่างสูงหยิบกระเป๋าเงินออกจากกระเป๋ากางเกงและหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งมาส่งให้ ภาพนั้นดูเหมือนจะเป็นงานรับปริญญาเพราะสาวน้อยในรูปสวมชุดครุย ซึงฮยอนยังใส่ชุดนักเรียนมัธยมปลายและชายหญิงคู่นั้นในรูปก็ดูจะมีอายุมากพอ จะให้เป็นพ่อแม่ของเด็กหนุ่มสาว

 

 

“พี่สาวฉันเรียนโทที่นี่เหมือนกัน คนไม่รู้เลยนึกว่าเป็นแฟนกันหรือเปล่า นายไปฟังใครมา”

“ไม่รู้สิ”

 

 

จียงพึมพำเสียงเบาพลางกัดปากอย่างชั่งใจ เพราะภาพที่เห็นสนับสนุนคำพูดของซึงฮยอนอย่างชัดเจน ร่างบางเงยหน้าขึ้นมองซึงฮยอนและไม่รู้ว่าตัวเองควรจะพูดอะไรต่อไปดี

 

 

“เป็นอันว่าฉันรู้แล้วว่านายไม่ชอบขนม แล้วก็ไม่ชอบฉันด้วย ขอโทษนะจียงที่ฉันคิดเองว่านายรู้สึกเหมือนกัน” หยาดน้ำใสๆ เอ่อขึ้นมาคลอตาคมของซึงฮยอน “ฉันเห็นนายแอบมองฉันทุกวันตอนเย็น พอทำขนมมาให้นายก็รับไว้ ฉันก็เลยคิดไปว่านายอาจจะให้โอกาสฉันบ้าง แต่มันไม่ใช่เลย”

“คือ ...”

“ต่อไปฉันจะไม่กวนนายอีกแล้วล่ะ ขอโทษนะ”

 

 

ร่างสูงหันหลังให้ แต่จียงตัดสินใจคว้าแขนอีกฝ่ายไว้ก่อน ในเมื่อซึงฮยอนรู้ว่าเขาแอบมองอยู่ทุกวัน และที่ซึงฮยอนพูดมาก็ดูเหมือนจะรู้สึกไม่ต่างกัน เขาก็ควรจะรั้งอีกฝ่ายไว้ พอได้สบตากัน ในแววตาของซึงฮยอนมีแต่คำถามและความเสียใจอยู่มากมายจนจียงเริ่มต้นไม่ถูก สุดท้ายก็ตัดสินใจพูดออกไปเบาๆ

 

 

“ไหนบอกว่าจะเอาขนมมาให้ไง” ตาเรียวหลบสายตาของอีกฝ่ายที่มองมา “ฉันยังไม่ได้ลองชิมเลย ก็ยังไม่รู้เลยว่าจริงๆ แล้วชอบหรือเปล่า”

 

 

มือแข็งแรงส่งถุงขนมมาให้และจียงก็รับไว้โดยไม่ได้พูดอะไร ความเงียบนั้นกดดันให้ทำอะไรต่อไปไม่ถูกนอกจากมองตาของกันและกัน สุดท้ายซึงฮยอนก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบนั้นลงไปก่อน

 

 

“ถ้าชอบ บอกฉันด้วยนะ”

“แล้วจะบอกนะว่าชอบไหม”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

END

 

 

 

 

 

 

 

 

 

TALK …. สวัสดีค่า ไม่เจอกันนานมาก และไม่ได้เขียนนานมาก รู้สึกว่าคิดคำไม่ออก 55 แต่หวังว่าจะสนุกสนานกับฟิคกันนะคะ

คิดถึงนะคะ ^^

Comment

Comment:

Tweet

แหม่ๆๆ ชอบอะไรอะ
ขนมหรือซึงฮยอนจ๊ะ
จีบกันจริงๆสักทีแอบๆกันมานาน
แล้วคือคนที่แอบมานาน
นึกว่าเขิลนึกว่าอายไม่กล้าตรงๆงี้ ที่ไหนได้
คราวนี้กล้ามาให้กับตัว
เอ๊ะซึงฮยอนนี้เป็นคนยังไง
ฮ่าๆๆๆ
แล้วจีเป็นคนยังไง
สั่นไปทั้งใจเชียว
ชอบๆ
รออ่านอีกนะคะ

#1 By mintaname on 2015-02-15 22:30