[FIC] : My Roommate Is Gwishin [10/....]

posted on 06 Apr 2015 10:52 by any-poly in MyRoommateIsGwishin directory Fiction
[FIC] : My Roommate Is Gwishin [10/....]

Rating : PG15

Paring : TempG and more…

Beta Reader : Icysbrani

Author Note : Some ideas from ‘The Master’s Sun’ & ‘Ghost Whisperer’

 

 

 

 

 

 “นายจะไม่ยอมออกไปจากห้องฉันจริงๆ ใช่ไหม”

 

จียงเอ่ยถามซ้ำด้วยน้ำเสียงที่ไม่เหมือนตัวเองเลยแม้แต่นิดเดียว เด็กหนุ่มทำท่าสำลักอากาศและลงไปนอนตัวงออยู่กับพื้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองซึงฮยอนและทำสีหน้าเจ็บปวด

 

“คุณซึงฮยอน” จียงพูดเสียงเบา “ช่วยผม..”

 

เด็กหนุ่มทรุดลงไปนอนกองอยู่กับพื้นอีกหน แต่ซึงฮยอนกลับขยับตัวไม่ได้เลยทั้งที่จะตั้งใจเข้าไปช่วยจียงที่นอนคุดคู้อยู่กับพื้น ตลอดเวลาที่เจอเรื่องแปลกๆ ในห้องนี้ซึงฮยอนเคยคิดว่าเป็นความน่ากลัวที่สุดแล้ว แต่เขาเพิ่งเข้าใจความหวาดกลัวอย่างถ่องแท้ว่าเป็นอย่างไรก็ตอนนี้เอง

 

“ออกไปสิ”

 

เสียงเบาๆ ที่ฟังไม่เหมือนเสียงของจียงอู้อี้ผ่านริมฝีปากบางขาวซีดของเด็กหนุ่ม ใบหน้าที่เคยดื้อรั้นนั้นซีดจนไม่มีสีเลือด มือของจียงข่วนหน้าตัวเองจนของเหลวสีแดงฉานไหลซึมบนบาดแผลตามรอยเล็บ

 

“จียง”

 

ซึงฮยอนพึมพำเรียกอีกฝ่ายก่อนจะก้าวไปข้างหน้าโดยลืมความกลัวทุกอย่างเมื่อเด็กหนุ่มดิ้นและตัวเกร็งจนเหมือนจะชัก มือแข็งแรงดันไหล่ผอมๆ ของจียงให้เงยหน้าขึ้นจากพื้น แต่ดูเหมือนเด็กหนุ่มจะคุมตัวเองไม่ได้เลย เพราะร่างบางกระตุกอย่างรุนแรงและพึมพำไม่เป็นภาษา

 

“จียง นี่ฉันเอง นายตั้งสติหน่อยสิ”

 

เด็กหนุ่มเกร็งตัวและจ้องซึงฮยอนด้วยแววตาว่างเปล่า วินาทีนั้นซึงฮยอนกลัวจนหัวใจแทบหยุดเต้น แต่ร่างของจียงหยุดกระตุก เหงื่อเม็ดโตๆ ผุดเต็มหน้าผากและไรผมของเด็กหนุ่ม

 

“คุณซึงฮยอน”

 

น้ำเสียงของจียงเบาจนแทบไม่ได้ยินก่อนที่จะหมดสติ ซึงฮยอนรับร่างบางที่โงนเงนเหมือนจะล้มเอาไว้ในอ้อมแขน จียงตัวเย็นเฉียบและหน้าซีดเผือด รอยข่วนที่ข้างแก้มไม่ลึกนัก แต่เลือดก็ไหลเปรอะแก้มไปข้างหนึ่ง ร่างสูงตัดสินใจแบกจียงขึ้นหลังและวางร่างไร้สตินั้นไว้บนเตียงนอน ก่อนจะวิ่งไปหยิบชุดปฐมพยาบาลและเตรียมน้ำเย็นใส่อ่างพร้อมกับผ้าเช็ดตัวผืนเล็ก

 

ซึงฮยอนพยายามห้ามเลือดที่ข้างแก้มของอีกฝ่ายจนเลือดหยุดไหล แล้วค่อยลงมือทำความสะอาดแผลและใส่ยาให้ แผ่นหลังใต้เสื้อยืดของจียงชุ่มเหงื่อซึงฮยอนจึงตัดสินใจถอดเสื้อของอีกฝ่ายและเช็ดตัวให้โดยให้จียงนั่งเอาศีรษะพาดไหล่ของเขา

 

ลมหายใจอุ่นๆ ตรงต้นคอทำให้ซึงฮยอนเบาใจว่าจียงไม่ได้เป็นอะไรไปมากกว่าหมดสติ

 

กว่าจะจัดการช่วยเช็ดตัวและทำแผลให้จียงอย่างทุลักทุเล ซึงฮยอนก็รู้สึกแทบหมดแรงตามจียงไปอีกคน เด็กหนุ่มดูไม่ซูบซีดเท่าตอนแรกแล้วแต่เท้าก็ยังเย็นอยู่ ร่างสูงหยิบถุงร้อนมาวางไว้ใต้ผ้าขนหนูเพื่อให้เท้าจียงอุ่นขึ้น และช่วยจัดผ้าห่มให้อีกรอบ

 

“ขอโทษนะจียง” ซึงฮยอนพึมพำเสียงเบา “เพราะฉันแท้ๆ เลย นายถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้”

 

ร่างสูงนั่งลงตรงข้างเตียงและรู้สึกหดหู่อย่างบอกไม่ถูก ความกลัวเรื่องวิญญาณที่สิงอยู่ในห้องไม่ได้ทำให้ซึงฮยอนรู้สึกกังวลเท่ากับเรื่องที่เกิดขึ้นกับจียงในวันนี้ เขาไม่ต้องการให้ใครต้องวุ่นวายหรือต้องเจ็บตัวแบบนี้ ตอนนี้ซึงฮยอนรู้สึกว่าตัวเองตัดสินใจผิดพลาดไปหมดทุกอย่าง ตั้งแต่ตอนที่ยอมยกคอนโดให้มินจอง และการตัดสินใจซื้อคอนโดนี้เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดที่สุด

 

อย่างน้อยหลังจากนี้ เขาก็ควรจะทำทุกอย่างให้ถูกต้องเสียที

 

 

จียงรู้ว่าเขาเคยเห็นสถานที่แบบนี้มาก่อน ที่ที่เต็มไปด้วยหมอกควันจนมองอะไรไม่เห็น แสงสลัวรอบตัวทำให้บอกได้ว่ายากว่าที่นี่มืดหรือสว่างกันแน่ แต่เขาเคยเห็นที่แบบนี้มาก่อนแน่ๆ อาจจะเป็นตอนที่ไม่สบายหลังจากโดนวิญญาณทำร้ายที่ตึกร้างตอนเป็นเด็ก แม้จะจำเหตุการณ์ตอนนั้นได้ไม่ถนัด แต่กลับไม่รู้สึกตื่นกลัวสถานที่ตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย

 

“นายมันยุ่งไม่เข้าเรื่อง”

 

เสียงเบาๆ ของผู้หญิงที่ยืนอยู่ในสายหมอกพูดขึ้นมาทำให้จียงสังเกตเห็นว่าหล่อนยืนอยู่ตรงนั้น แต่กลับมองเห็นใบหน้าได้ไม่ชัดนัก

 

“คุณยุนอารึมฮะ”

“ออกไปซะ”

“คุณฮะ”

“บอกให้ออกไป!”

 

เสียงหวีดร้องของหญิงสาวกึกก้องจนจียงสะดุ้งตื่น หัวปวดตุบและในคอก็แห้งผาก กล้ามเนื้อในอกเต้นรัวเพราะภาพกึ่งตื่นกึ่งฝันที่เพิ่งเห็นเมื่อครู่จนทำให้จับต้นชนปลายไม่ถูก และสะดุ้งจนสุดตัวเมื่อหางตาเหลือบไปเห็นเงาของใครคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้อง

 

“อ้าว ตื่นแล้วเหรอจียง”

“คุณซึงฮยอน” เด็กหนุ่มถอนหายใจอย่างโล่งอก “ผมตกใจหมดเลยฮะ”

“ตกใจอะไรเหรอ”

 

ชเวซึงฮยอนเหลียวมองรอบตัวอย่างตกใจ เพราะไม่รู้ว่าจียงเห็นอะไรที่ตัวเองไม่เห็นหรือเปล่า แต่เด็กหนุ่มส่ายหน้าช้าๆ เหมือนจะบอกว่าไม่มีอะไร เจ้าของห้องเลยยกถาดข้าวต้มร้อนๆ เข้าไปให้ที่เตียง

 

“ผมหลับไปนานไหมฮะ”

“เกือบครึ่งวันแน่ะ เมื่อคืนทั้งคืน จนตอนนี้เกือบบ่ายสามแล้ว”

“เหรอฮะ” จียงเหลือบมองนาฬิกาตรงข้างเตียงเพื่อความแน่ใจ “ขอโทษนะฮะ ผมหลับไปนานเลย”

“ขอโทษอะไรกัน”

 

ซึงฮยอนดุอย่างไม่จริงจังนัก ก่อนจะยกโต๊ะตัวเล็กมาให้จียงใช้กินข้าว เด็กหนุ่มไม่ต่อล้อต่อเถียงเหมือนเมื่อก่อน และยอมกินข้าวต้มในชามจนหมดและกินยาลดไข้ที่ซึงฮยอนเตรียมมาให้ด้วย

 

“ขอบคุณมากๆ นะฮะ วันนี้คุณเลยต้องลางานเลย”

“ไม่ต้องขอบคุณหรอก ฉันต่างหากที่ต้องขอบคุณ เมื่อวานนี้ถ้านายเป็นอะไรไป ฉันคงรู้สึกผิดจริงๆ”

“ไม่เป็นอะไรหรอกฮะ”

 

จียงยิ้มอ่อนเมื่อเห็นเจ้าของห้องทำสีหน้าว่ารู้สึกผิดจริงๆ ทั้งที่เคยชินกับการที่ต้องเกี่ยวข้องกับวิญญาณมาตั้งแต่ตอนเป็นเด็ก แต่ว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่วิญญาณมีอิทธิพลกับตัวเขา

 

“เมื่อวานนี้มันเกิดอะไรขึ้นเหรอ ฉันกลับมาก็เห็นนายชักอยู่บนพื้น ทำท่าเหมือน ...”

“เหมือนผีเข้าเหรอฮะ”

 

เด็กหนุ่มหลุดหัวเราะออกมาเมื่อเห็นซึงฮยอนขมวดคิ้วเหมือนกลัวว่าวิญญาณในห้องกำลังแอบฟังทั้งคู่คุยกันอยู่ มือบางยกหมอนขึ้นมาวางพิงหลังก่อนจะเล่าด้วยน้ำเสียงเนือยๆ แม้ว่าอาการไข้นั้นจะลดลงไปมากแล้ว

 

“เมื่อวานผมเจอคุณซึงรีห้องข้างๆ ฮะ เขาบอกว่าคุณทะเลาะกับแฟน เพราะได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้” จียงพูดยิ้มๆ เมื่อเห็นคนฟังทำหน้าเจื่อน “แถมเขาบอกว่าได้ยินเสียงโครมครามในห้อง พอผมเปิดประตูเข้าห้องไฟก็ดับหมด แต่ข้างนอกยังสว่างอยู่ เลยคิดว่าต้องมีอะไรไม่ดีแน่ๆ ตอนแรกจะเดินไปนั่งรอคุณข้างล่าง แต่เห็นประตูระเบียงเปิดอยู่เลยจะเข้าไปปิดให้ จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงคนเรียกชื่อ พอหันไปมอง ผมก็จำอะไรไม่ได้เลยฮะ”

“จำไม่ได้เลยเหรอ”

“ที่จริงจำได้แค่ว่ารู้สึกตัวชาๆ แล้วก็ร้อนๆ หนาวๆ แปลกๆ เหมือนจะหลับ แต่ก็ไม่ได้หลับ เพราะตอนคุณเข้าห้องมา ผมยังเรียกคุณอยู่เลย”

“ฉันเห็นนายชัก” ซึงฮยอนพูดเสียงเบาและมองหน้าซีดเซียวของเด็กหนุ่ม “นายบอกให้ฉันออกไปด้วย แต่ว่ามันเหมือนไม่ใช่เสียงนาย”

“ก็ไม่น่าใช่เสียงผมนี่ฮะ เสียงคุณอารึมเจ้าของห้องเก่าต่างหาก”

 

ซึงฮยอนขมวดคิ้วที่จียงยังหัวเราะได้ทั้งที่เจอเรื่องน่ากลัวแบบนั้น เด็กหนุ่มถอนหายใจเบาๆ และเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นจริงจัง

 

“ตอนที่ผมหลับ ผมฝันถึงคุณอารึมด้วยฮะ เธอบอกว่าให้ออกไปจากห้องนี้”

“งั้นเหรอ” ซึงฮยอนตอบเบาๆ “ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”

“อะไรนะฮะ”

 

จียงร้องเสียงหลงเมื่อได้ยินแบบนั้น เพราะรู้สึกด้วยสัญชาติญาณว่ากำลังเข้าใกล้ปมที่ทำให้วิญญาณสาวในห้องอยู่ติดที่นี้เต็มทีแล้ว แต่ดูเหมือนเจ้าของห้องจะปลงกับเจ้าของเดิมจนไม่อยากสู้ต่อ

 

“ฉันไม่รู้ว่าตัวเองจะอดทนอยู่ที่นี่ต่อไปทำไม บ้านฉันก็มีอยู่ และที่สำคัญฉันไม่อยากให้นายต้องเจ็บตัวอีก”

 

น้ำเสียงของชเวซึงฮยอนเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกผิดและเป็นกังวล จียงกำลังจะอ้าปากค้านแต่หางตากลับเหลือบไปเห็นเงาจางๆ ของหญิงสาวคนนั้นที่มุมห้อง ดูเหมือนเงาของเธอจะเด่นชัดขึ้นกว่าทุกครั้ง และถ้าจียงเข้าใจไม่ผิด เธอคนนั้นกำลังพึงพอใจกับสิ่งที่ได้ยินจนร่างโปร่งใสนั้นดูราวกับจะเปล่งแสงได้

 

ขนอ่อนที่ต้นคอของจียงลุกซู่เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ อย่างร่าเริง แต่ดูเหมือนชเวซึงฮยอนจะไม่รู้สึกอะไรเลย จียงจึงตัดสินใจไม่พูดอะไรต่อ นอกจากคว้ามือถือตัวเองมากดส่งข้อความหาซานดาร่า

 

 

 

มือบางของปาร์คบมค่อยๆ เลือกเอกสารมาเตรียมจัดเข้าแฟ้ม กระดาษที่มีข้อมูลเป็นประโยชน์จะถูกจัดเข้าหมวดหมู่ ส่วนที่ใช้งานไม่ได้แล้วจะถูกนำมากองแยกไว้เป็นกระดาษรีไซเคิล เพราะหลังจากปิดข้อมูลบัญชีที่รับมาตรวจเสร็จเรียบร้อยก็มักจะมีเศษกระดาษที่ถูกคัดออกเหลืออยู่เสมอ

 

ซองใส่เอกสารสีน้ำตาลที่ซ่อนอยู่ตรงใต้กล่องเอกสารทำให้คิ้วเรียวของพัคบมขมวดอย่างสงสัย ก่อนจะเปิดซองเพื่อดูเอกสารข้างใน หล่อนขนลุกขึ้นมาเฉยๆ เมื่อเห็นว่ากระดาษข้างในคือภาพเสก็ตของคุณยุนอารึมที่สิงอยู่ในห้อง 1415 ของคุณชเวซึงฮยอน

 

ปลายมือของปาร์คบมแตะริมฝีปากแบบที่ชอบทำเวลาที่เจ้าตัวกำลังคิดอะไรบางอย่าง เพราะใบหน้าของหญิงสาวในรูปมีบางอย่างที่ทำให้คุ้นตาเหลือเกิน หล่อนนั่งเอียงซ้ายเอียงขวามองอยู่นานก่อนที่จะทำตาโตเหมือนนึกอะไรบางอย่างออกจึงรีบคว้าโทรศัพท์มากดโทรออก

 

“โอย รับสิๆ”

 

บมบ่นอย่างร้อนใจเมื่อปลายสายทิ้งให้สัญญาณรอสายดังติดต่อกันอยู่หลายครั้ง

 

“ฮัลโหล”

“โอ้ย จียง เอาโทรศัพท์ไปทับกระดาษหรือไง ทำไมไม่รู้จักรับให้ไวหน่อย”

“โธ่! แล้วกันพี่บม ผมออกมาข้างนอก เพิ่งได้ยินเสียงเลย”

“ช่างเถอะๆ” หญิงสาวพูดอย่างลนลาน “พี่นึกออกแล้วว่าคุณอดีตมนุษย์ในห้อง 1415 น่ะเป็นใคร”

“ใครฮะ”

“เธอชื่อยุนอารึมใช่ไหมล่ะ คุณแม่เธอบอกว่าเป็นเนื้องอกในสมองใช่ไหม โธ่เอ้ย! พี่ก็ว่าอยู่แล้วเชียวว่าเธอเป็นใครหน้าตาคุ้นๆ เหมือนเคยเห็น ทำไมไม่นึกให้ออกไวกว่านี้ก็ไม่รู้เนี่ย แย่จริงๆ เลย”

“พี่บม เดี๋ยวก่อน ตกลงเธอเป็นใครฮะ”

“ตายจริง พี่ก็มัวแต่บ่น ลืมเลยว่าจะโทรมาส่งข่าว คุณเจ้าของห้องร่วมกับคุณซึงฮยอนน่ะ เธอเป็นนักเขียนเรื่องแนวสืบสวนสอบสวนเรื่องดังที่พี่กับดาร่าติดกันงอมแงมเรื่อง คดีฆาตกรรม 12 เดือน เแบ่งขายเป็นเล่มตามเดือน พี่เคยไปต่อแถวรอในงานแจกลายเซ็นเธอหนหนึ่งตอนเปิดตัวคดีเดือนมกรา ตัวจริงตอนยังเป็นๆ ของเธอน่ะน่ารักจะตายไป ใครจะนึกว่าตอนตายแม่คุณจะเฮี้ยนขนาดนี้”

 

จียงฟังเสียงของพี่สาวคนสวยแล้วก็นึกรู้ว่าปาร์คบมคงจะทำหน้ายู่คอย่นด้วยความกลัวอย่างที่ชอบทำเวลาพูดถึงเรื่องผีๆ สางๆ แต่เด็กหนุ่มก็ยังตะหงิดใจไม่หายเมื่อไม่เห็นเหตุผลว่าทำไมวิญญาณของคุณอารึมถึงได้ไม่ยอมจากห้องของซึงฮยอนไปไหน

 

“พี่บมฮะ พอจะจำได้ไหมฮะว่าคุณอารึมเสียตอนไหน”

“ถ้าพี่จำไม่ผิด สำนักพิมพ์ว่าเธอเสียตอนเดือนกรกฎา แต่เห็นว่าตอนเดือนมีนาล่ะมั้งที่เธอปวดหัวรุนแรงบ่อยๆ จนครั้งหนึ่งเป็นลม เลยมาเจอว่ามีเนื้องอกในสมองก็หลังจากนั้นอาการก็เพียบแปล้ นอนโรงพยาบาลอยู่หลายเดือนแล้วก็เสียน่ะ”

“พี่บมจำได้ละเอียดแบบนี้ ช่วยได้เยอะเลย เดี๋ยวถ้าผมได้แวะไปจะซื้อขนมไปฝากนะฮะ”

“เอาเค้กนะ” ปาร์คบมตอบพลางหัวเราะ น้ำเสียงของหล่อนดีขึ้นกว่าเก่า “ที่พี่จำได้เพราะสำนักพิมพ์เขาแก้ต่างหลังจากที่มีคนท้วงว่าหนังสือเล่มเดือนสิงหาเป็นต้นไปไม่เหมือนสำนวนคุณอารึม เขาเลยมาบอกว่าคุณอารึมเธอเขียนไว้นานแล้วตั้งแต่ก่อนป่วย”

“ผมนึกออกแล้วฮะ เคยอ่านอยู่เล่มหนึ่งที่คุณซึงฮยอนเขายืมพี่ที่ทำงานมา” เด็กหนุ่มค่อยๆ นึกทบทวน “จำได้ว่าสนุกมาก อ่านติดงอมแงม”

“ใช่ งานเธอสนุกจริงๆ แต่เล่มหลังจากที่เธอเสียมันไม่เหมือนเดิม เห็นแฟนหนังสือเขาสงสัยว่าบริษัทไปจ้างพวกนักเขียนอิสระมาเขียนต่อแทนคุณอารึม งานเขียนน่ะเป็นลายเซ็นของใครของมัน ถึงพยายามจะเขียนให้เหมือนเท่าไหร่ก็ได้แค่คล้ายเท่านั้น พี่ก็เห็นด้วยนะ เพราะมันรู้สึกแปลกๆ ไปจริงๆ”

“โอเค ขอบคุณมากนะฮะพี่บมคนสวย ฝากบอกพี่ดาร่าด้วยนะฮะ”

“ได้จ้ะ”

 

จียงวางสายไปแล้วปาร์คบมถึงรู้สึกโล่งอกกว่าเก่า ตอนนี้ก็เหลือแค่รอซานดาร่ากลับมาจากไปเยี่ยมสุสานวิญญาณสาวที่ตามคุณวูซอง ลูกค้าคนที่เจอของหนักที่สุดเท่าที่ซานดาร่าเคยช่วยมา ตากลมของปาร์คบมมองภาพเสก็ตอีกครั้งและนึกถึงวันที่นักเขียนสาวยิ้มให้อย่างอ่อนหวานในวันแจกลายเซ็น

 

แต่คนเราพอตายเป็นผีแล้วน่ากลัวจริงๆ

 

บมคิดพลางทำท่าขนลุกเมื่อเก็บภาพนั้นเข้าซองเอกสารและแปะหน้าซองไว้ว่าให้ซานดาร่า ก่อนจะเริ่มลงมือจัดการกองกระดาษบนโต๊ะ แต่ก็อดนึกสงสารคุณยุนอารึมไม่ได้ การอยู่กับซานดาร่ามาแต่เล็กบมเลยเข้าใจดีแม้ว่าจะกลัวเรื่องภูติผีมากๆ ดาร่าเคยพูดไว้ว่าวิญญาณที่ยึดติดกับใครหรืออะไรบางอย่างเป็นวิญญาณที่มีแต่ความทุกข์ เพราะวิญญาณที่มีความสุขจะก้าวต่อไป ไม่คอยวนเวียนเพื่อสะสางเรื่องที่ค้างคา หรืออาลัยกับการมีชีวิตอยู่

 

ขอให้จียงช่วยส่งคุณอารึมให้ก้าวต่อไปได้เร็วๆ ด้วยเถอะนะ

 

 

ชเวซึงฮยอนขมวดคิ้วเมื่อเห็นข้อความเตือนบนมือถือ เอกสารที่ต้องวิเคราะห์และทำรายงานวันนี้เล่นเอาเขาตาลายไปหมดจนไม่ได้สนใจมือถือเลย พอกดมาดูข้อความก็เห็นว่าจียงเป็นคนส่งข้อความมา

 

‘คุณซึงฮยอน อย่าเพิ่งขายที่นั่นนะฮะ ผมคิดว่ารู้แล้วว่าปัญหาคืออะไร จะพยายามคุยกับเธอดูอีกครั้ง’

 

หนุ่มหล่อเจ้าของคอนโดถึงกับกุมขมับ ทั้งที่วันนี้จียงยังมีไข้ต่ำๆ และหน้าเป็นแผล แต่กลับบอกว่าจะออกไปข้างนอก เพราะนัดรุ่นน้องที่ชื่อ คังซึงยูน เอาไว้ที่มหาวิทยาลัย แม้เขายืนยันให้อยู่ห้องพักผ่อนก่อน จียงกลับทำหน้าทะเล้น แถมพูดกลับมาให้เขาทำหน้าไม่ถูก

 

‘โธ่! ออกไปแป๊บเดียว ผมคงไม่ไข้ขึ้นชักดิ้นชักงอหรอกฮะ แต่ถ้าอยู่ห้องนี้ค