[FIC] : My Roommate Is Gwishin [11/11]

posted on 30 May 2015 16:31 by any-poly in MyRoommateIsGwishin directory Fiction
[FIC] : My Roommate Is Gwishin [11/11]

Rating : PG15

Paring : TempG and more…

Beta Reader : Icysbrani

Author Note : Some ideas from ‘The Master’s Sun’ & ‘Ghost Whisperer’

 

คำว่า นอนบ้านผม ของจียงทำให้ซึงฮยอนทำตัวไม่ถูกอยู่พักใหญ่

 

แต่ดูเหมือนเจ้าของบ้านจะไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะเมื่อซึงฮยอนจัดการถอยรถเข้าไปจอดตรงหน้าบ้านของจียงเรียบร้อย เด็กหนุ่มเจ้าของบ้านก็เดินลงจากรถอย่างร่าเริง ซึงฮยอนแอบสังเกตว่าบ้านทั้งหลังปิดไฟมืด เหลือแต่ไฟตรงทางเข้าบ้านเท่านั้นที่ยังเปิดอยู่

 

“กุญแจอยู่ไหนน้า”

 

น้ำเสียงของจียงยังคงร่าเริง แม้ว่าจะพยายามควานหากุญแจในกระเป๋า ตาคมของซึงฮยอนเหลือบไปเห็นคุณลุงหน้าแป้นที่อยู่ข้างบ้านจียง แต่เขาจำชื่อไม่ได้ว่าชื่ออะไร เพราะเคยเจอกันแค่ครั้งเดียว

 

“จียงอ่า” เสียงที่เรียกมาจากข้างรั้วนั้นขึ้นจมูกหน่อยๆ “พ่อแม่ไม่อยู่แบบนี้ ก็พาเพื่อนผู้ชายเข้าบ้านเลยเหรอ”

“อ้าว! ลุงยาง สวัสดีฮะ ผมพาเพื่อนมาค้างที่บ้านเพราะเขาทะเลาะกับแฟน แล้วโดนไล่ออกจากบ้านน่ะฮะ”

 

คนที่เพิ่งรู้ตัวว่าโดนแฟนไล่ออกจากบ้านทำตาโต แต่จียงกลับพูดไปเรื่อยๆ อย่างไม่ติดขัด ทั้งที่มือก็กำลังไขกุญแจเข้าบ้านไปด้วย

 

“แม่ลุงยางย้ายมาอยู่ด้วยถาวรเลยเหรอฮะ คราวก่อนที่พี่ซึงฮยอนมารับผมก็เจอกันรอบนึงแล้ว” จียงทำเสียงสดใสก่อนจะโค้งเหมือนทักทาย และมองไปที่ระเบียงชั้น 2 บ้านข้างๆ “สวัสดีฮะคุณย่า”

 

ทั้งที่แสงตรงข้างรั้วไม่ได้สว่างนัก แต่ซึงฮยอนก็เห็นชัดว่าลุงข้างบ้านของจียงหน้าถอดสี เขาเกือบจะทักออกไปแล้วว่าไม่เห็นมีใครแต่มือเล็กๆ ของจียงแอบหยิกที่แขนอย่างรวดเร็วพอกัน

 

“ผมกับเพื่อนขอตัวเข้าบ้านก่อนนะฮะ คุณซึงฮยอนโค้งลาลุงยางกับคุณย่าสิฮะ”

“ขอตัวนะครับ”

 

ซึงฮยอนพึมพำเสียงเบาและรีบเดินตามควอนจียงเข้าบ้านไป เจ้าของบ้านเดินไล่เปิดไฟทีละดวงจนกระทั่งบ้านสว่างทั้งหลัง และจัดแจงบอกซึงฮยอนว่าอะไรอยู่ตรงไหนในบ้านหลังนี้ ทั้งตู้เย็น ตู้เก็บจานชาม เครื่องซักผ้า และโทรทัศน์ เด็กหนุ่มถอดกระเป๋าเป้ออกจากหลังและกองไว้กับพื้นเมื่อนั่งลงที่โซฟาตัวนุ่มในห้องนั่งเล่น

 

“ตามสบายนะฮะ คิดว่าเป็นบ้านตัวเองได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ”

“เกรงใจสิ ฉันไม่สบายใจเลยแบบนี้”

“โอ้ย! ถ้าเกรงใจมากก็ย้ายกลับไปอยู่ห้องตัวเองไหมละฮะ คุณอารึมจับคุณหักคอขึ้นมา ผมไม่รู้ด้วยหรอกนะ”

 

จียงแค่แกล้งขู่แต่ดูเหมือนชเวซึงฮยอนจะกลัวเป็นจริงเป็นจัง เพราะนายจ้างชั่วคราวของจียงหน้าซีดเผือด เหมือนไก่ที่ถูกต้มจนสุก น้ำเสียงของเด็กหนุ่มเลยเปลี่ยนมาเป็นจริงจัง

 

“เอาน่าคุณซึงฮยอน อย่าไปคิดมากสิฮะ ผมรับปากแล้วว่าจะช่วย ยังไงก็ต้องช่วยได้แน่ นี่พี่ดาร่ากับพี่บมก็ช่วยกันเต็มที่ ไม่น่าเกินอาทิตย์หน้า คุณได้กลับไปอยู่ห้องแน่”

“แล้วนายจะให้คุณอารึมออกไปจากบ้านฉันยังไง ต้องทำพิธีอะไรหรือเปล่า”

 

เด็กหนุ่มทำหน้าเบื่อใส่ชเวซึงฮยอนก่อนจะลุกขึ้นคว้ากระเป๋าและเดินขึ้นบันไดไป แต่เมื่อหันหลังมาเห็นซึงฮยอนยืนอยู่ที่เดิม จียงก็กวักมือเรียกให้อีกฝ่ายเดินทางมา สุดท้ายทั้งคู่ก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูห้องนอนเล็ก เจ้าของบ้านเปิดประตุและเปิดไฟในห้อง

 

“เดี๋ยวคุณนอนห้องนี้นะฮะ ห้องนอนผมเอง มีห้องน้ำในตัว ผ้าเช็ดตัวอยู่ในตู้เสื้อผ้านะ”

“แล้วนายไปนอนห้องไหนล่ะ”

“นอนห้องแม่ฮะ” จียงตอบเสียงสดใส “พ่อ แม่ กับพี่ดามีไปบ้านที่ต่างจังหวัดอาทิตย์นึง ตอนนี้เลยไม่มีใครอยู่ฮะ” จียงยิ้มเหมือนให้กำลังใจ “ไม่ต้องกังวลนะฮะ ยังไงทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย”

“ขอบใจนะจียง ขอบใจจริงๆ”

“ไม่เป็นไรหรอกฮะ อ้อ! ถ้าเกิดมองไปนอกหน้าต่างเห็นคุณย่าข้างบ้าน ไม่ต้องไปสวัสดีแกนะฮะ แกตายนานแล้ว ไม่ใช่แม่ลุงยางหรอกฮะ แต่แกชอบมาโผล่ตรงหน้าต่างห้องผมบ่อยๆ คงเหงาน่ะฮะ”

 

จียงหัวเราะคิกคักเมื่อเห็นซึงฮยอนทำหน้าเสีย เด็กหนุ่มดันหลังซึงฮยอนเข้าห้องและปิดประตูทิ้งให้อยู่ในตามลำพัง สิ่งแรกที่ซึงฮยอนทำคือวิ่งไปปิดผ้าม่านตรงหน้าต่างอย่างรวดเร็วโดยไม่มองออกไปนอกห้อง ร่างสูงถอนใจและตัดสินใจว่าถ้าหากอาทิตย์หน้าเรื่องนี้ไม่จบ เขาคงต้องยอมถอดใจแล้วจริงๆ

 

 

--------------------------------------------------------

 

 

ซึงรีพยายามอดทนมาตลอด

 

หลายต่อหลายครั้งที่ห้องข้างๆ ทะเลาะกับแฟน มีเสียงร้องไห้ดังมาบ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับทำให้รำคาญ ซึงรีเพียงแต่สงสารที่ผู้หญิงของคุณซึงฮยอนร้องไห้ห่มร้องไห้อยู่บ่อยๆ

 

แต่วันนี้สาวเจ้าร้องไห้ตั้งแต่หลังเที่ยงวันจนกระทั่งตอนนี้เกือบ 4 โมงเย็นแล้ว แต่ก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะหยุด สุดท้ายความอดทนทั้งหมดที่เคยมีก็หมดลง และพาตัวเองมาอยู่หน้าห้อง 1415 เสียงร้องไห้คร่ำครวญของแฟนสาวเจ้าของห้องนี้ยังมีให้ได้ยินอยู่ตลอดเวลา

 

มือแข็งแรงกดกริ่งหน้าห้องและรอให้เจ้าของห้องมาเปิด

 

เสียงร้องไห้ในห้องเงียบไปชั่วอึดใจ แต่ยังไม่มีใครมาเปิดประตูให้จนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบ 5 นาที ซึงรีตัดสินใจกดกริ่งอีกหน และเคาะประตูหน้าห้อง 1415 ไม่เบานัก

 

“คุณซึงฮยอน เปิดประตูหน่อยครับ”

 

ซึงรีเคาะประตูซ้ำและได้ยินเสียงร้องไห้ออกมาจากในห้อง คราวนี้รู้สึกร้อนใจจริงๆ เพราะหญิงสาวในห้องร้องไห้หนักกว่าเก่า จนซึงรีไม่แน่ใจว่าคนในห้องเป็นอะไร

 

“มีอะไรหรือเปล่าครับ เปิดประตูหน่อย”

 

แต่เสียงร้องไห้ในห้องยังคงดังอยู่อย่างต่อเนื่อง สุดท้ายซึงรีก็ตัดสินใจรีบกดลิฟต์ลงไปหาเจ้าหน้าที่ประสานงานลูกบ้านที่นิติบุคคลข้างล่าง เพราะรู้สึกว่ามีเรื่องผิดปกติเกิดขึ้นในห้อง 1415 เสียแล้ว ดูเหมือนลิฟต์จะเคลื่อนไปช้ากว่าทุกที เมื่อประตูลิฟต์เปิด ซึงรีก็แทบจะวิ่งเข้าในห้องสำนักงานนิติบุคคล

 

“คุณซึงรี เป็นอะไรหรือเปล่าคะ”

 

ลีแชรินถามอย่างตกใจ เพราะจู่ๆ ลูกบ้านก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหา เจ้าของห้องหนุ่มรีบพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

 

“แฟนคุณซึงฮยอนน่ะครับ ไม่รู้เป็นอะไร เธอร้องไห้ไม่หยุดเลย”

“อะไรนะคะ”

 

เจ้าหน้าที่ประสานงานลูกบ้านหน้าเสียจนซึงรีรู้สึกได้ และท่าทางของเขาคงทำให้แชรินรู้สึกแปลกๆ หญิงสาวเลยรีบบอกเสียงสั่นๆ

 

“คือ ... คุณซึงฮยอนไม่อยู่ห้องนะคะ”

“ไม่อยู่ได้ยังไงครับ ผมได้ยินเสียงแฟนเขาร้องไห้มาตั้งแต่เที่ยงแล้วนะครับ”

“คุณซึงฮยอนอยู่คนเดียวนะคะ”

“ไม่ใช่แล้วล่ะครับ” ซึงรีพูดอย่างไม่เชื่อ “ผมเห็นแฟนเขาเรื่อยเลย บางครั้งก็ทะเลาะกัน แฟนเขามานั่งร้องไห้อยู่ที่ระเบียง”

“คือ ...”

 

ซึงรีมองใบหน้าซีดเผือดของหญิงสาวอย่างสับสน จนกระทั่งนึกถึงคำพูดของเจ้าของห้องอีกฝั่งหนึ่งของซึงฮยอนที่เคยเจอกันในลิฟต์ ฝ่ายนั้นเล่าว่าห้องของซึงฮยอนเป็นห้องผีสิง แต่ซึงรีไม่เคยเชื่อเลย สาวเจ้าของห้องอีกฝั่งทำท่าขนลุกเมื่อพูดถึงเจ้าของห้องเก่า

 

‘คุณยุนอารึมน่ะ ตายแล้วก็ไม่ยอมไปไหนนะคะ เธอวนเวียนอยู่ในห้องนั่นแหละ’

 

ตาเรียวของซึงรีเบิกขึ้นด้วยความตกใจเมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวต่างๆ ในหัวได้แล้ว เจ้าของห้องข้างๆ ห้อง 1415 ถึงกับยืนแทบไม่อยู่จนแชรินต้องรีบวิ่งเข้าไปช่วยประคอง

 

“คุณซึงรี ไหวมั้ยคะ”

“ผมโอเคครับ” เสียงของซึงรีเบาหวิว แต่เจ้าตัวพยายามฝืนยิ้ม “ผมโอเค”

“นั่งก่อนดีกว่านะคะ”

 

จังหวะที่แชรินช่วยพาซึงรีไปนั่งตรงโซฟารับแขก เป็นจังหวะเดียวกันที่หญิงสาวสองคนเดินผ่านหน้าห้องสำนักงานนิติบุคคลไปทางลิฟต์ ไม่ทันมีใครสังเกตว่าทั้งสองช่วยกันหิ้วถุงกระดาษขนาดใหญ่และดูค่อนข้างหนักเข้ามาภายในอาคาร เมื่อประตูลิฟต์ปิดลง หญิงสาวคนหนึ่งจึงถอนหายใจเสียงดัง

 

“ดีนะเนี่ย ที่จียงปั๊มกุญแจกับเอาคีย์การ์ดมาให้ ไม่งั้นก็ต้องรอจนเย็นกว่าจียงจะกลับจากไปหาอาจารย์ที่คณะ”

 

ซานดาร่าพูดอย่างโล่งใจ และหันมองหน้าเพื่อนสาวที่มาด้วยกัน แต่วันนี้ท่าทางของพัคบมดูแตกต่างจากทุกวัน เพราะนอกจากลูกพี่ลูกน้องของเธอจะไม่พูดไม่บ่นแล้ว ตากลมๆ ที่มักจะเป็นประกายอยู่ตลอดเวลาก็ดูกังวลจนเห็นได้ชัด

 

“บมมี่อ่า เป็นอะไรไป”

“กลัวผี”

 

พัคบมตอบกลับด้วยเสียงเบาหวิวจนคนฟังได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ แม้จะรู้ว่าบมกลัวเรื่องลึกลับแบบนี้มากขนาดไหน แต่วันนี้ซานดาร่าต้องการคนช่วย เธอต้องการใครสักคนที่จิตใจไม่เปิดรับพลังงานของคุณอารึม เพราะเธอต้องการให้อีกฝ่ายใช้พลังงานทั้งหมดที่มีเพื่อให้บมสัมผัสได้ด้วย

 

ครั้งก่อนที่มาที่ห้องนี้ ดาร่ารู้สึกว่าเธอไม่สามารถต่อต้านอีกฝ่ายได้เลย เพราะจิตของจียงเปิดรับพลังงานของคุณยุนอารึมโดยไม่รู้ตัว ทำให้อดีตเจ้าของห้องไม่ต้องออกแรงในการหลอกหลอนเธอกับจียงมากนัก

 

แต่วิญญาณก็คือวิญญาณ เป็นเพียงพลังงานไร้รูปร่างที่สามารถทำสิ่งต่างๆ ให้คนที่ยังมีชีวิตอยู่รู้สึกได้ด้วยการดึงดูดพลังงานรอบๆ ตัวเข้ามาให้มากที่สุด เพื่อใช้พลังงานนั้นในปรากฏตัวหรือสร้างเหตุการณ์แปลกประหลาดต่างๆ

 

ครั้งนี้มันจะต้องไม่เป็นอย่างนั้นอีกแน่

 

ตาเรียวของซานดาร่าเป็นประกายด้วยความมุ่งมั่นเมื่อประตูลิฟต์เปิดออก แต่พัคบมกลับคว้าแขนลูกพี่ลูกน้องและทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

 

“ดาร่า กลับกันเถอะ ฉันรู้สึกไม่ดีเลย”

“ไม่เป็นไรนะ” ดาร่าควงแขนอีกฝ่ายและปลอบใจเหมือนกำลังปลอบเด็กๆ “เธออยู่กับฉันไม่มีอะไรจะต้องกลัวเลย ไม่เคยมีผีที่ไหนหลอกเธอได้เลยนะบมมี่”

“แต่ว่า ...”

“น่า ไหนๆ ก็มาแล้ว เข้าไปในห้องนั้นแป๊บเดียวเองนะ”

 

สุดท้ายซานดาร่าก็กึ่งลากกึ่งจูงพัคบมออกจากลิฟต์อย่างทุลักทุเล เพราะต้องหิ้วถุงขนาดใหญ่ที่ถือติดมือมาไปด้วยกัน จนกระทั่งมาหยุดยืนที่หน้าห้อง 1415

 

“หนาวจัง”

“คิดมากน่า บมมี่”

 

ซานดาร่าบอกปัดทั้งที่จริงเธอเองก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกอันเข้มข้นที่แผ่ออกมาจากในห้อง วูบหนึ่งซานดาร่ารู้สึกเหมือนเห็นแสงสีดำแผ่ออกมาจากช่องว่างตรงใต้ประตู แต่เมื่อกระพริบตาอีกครั้งแสงที่เห็นก็หายวับไปแล้ว ก้อนเนื้อในอกของหญิงสาวเต้นอย่างหนักหน่วงด้วยความกังวล

 

แสงสีดำ ... ความเจ็บปวดจากชีวิตที่ผ่านพ้นไปแล้ว

 

แต่สุดท้ายมือเรียวก็จัดการปลดล๊อคลูกบิดประตูห้องและกำหนดใจอย่างมั่นคงว่า เธอไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น นอกจากการเข้ามาในห้องนี้พร้อมกับพัคบมเพื่อวางของที่ตั้งใจไว้ให้อยู่ในที่ที่ควรอยู่เท่านั้น

 

ทุกอย่างดำเนินไปเรื่อยๆ โดยไร้บทสนทนาของคนที่เข้ามาในห้อง พัคบมได้แต่ก้มมองเท้าของตัวเองและจับแขนผอมๆ ของซานดาร่าไว้แน่น เพราะลูกพี่ลูกน้องของเธอสั่งนักสั่งหนาว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ห้ามปล่อยแขนของอีกฝ่ายเด็ดขาด บมจึงได้แต่หลับหูหลับตาเดินตามซานดาร่าไปที่ห้องนั่งเล่น

 

ทั้งที่อากาศด้านนอกดูสดใส แต่บมกลับรู้สึกว่าในห้องนี้มืดครึ้มและอากาศเย็นจนผิดปกติ มือขาวนวลของซานดาร่าดึงเอกสารปึกใหญ่ออกมาจากถุงกระดาษ บมจึงช่วยหยิบออกมาวางบนโต๊ะเตี้ยในห้องนั่งเล่น ของพวกนี้เป็นต้นฉบับหนังสือทั้งหมดตั้งแต่เล่มแรกจนถึงเล่มสุดท้ายของคุณยุนอารึม

 

จียงแวะมาหาที่บ้านเมื่อวานนี้พร้อมกับของทั้งหมด แถมยังโอดครวญใส่ซานดาร่าด้วยซ้ำว่าทางสำนักพิมพ์ดื้อดึงจะไม่ยอมให้ท่าเดียว จนต้องโทรศัพท์ไปขอให้คุณแม่ของคุณอารึมเป็นคนอนุญาต

 

เอกสารปึกใหญ่หนักอึ้งทั้งหมดถูกยกออกมาจากถุง บมจึงหยิบหนังสือของคุณยุนอารึมที่ตีพิมพ์เสร็จเรียบร้อยแล้วทุกเล่มออกมาวางกองไว้บนโต๊ะด้วย ตากลมสวยแอบเหลือบมองดาร่า เห็นว่าอีกฝ่ายดูเป็นปกติจนพัคบมแอบกังวลใจ

 

“เอาล่ะ เสร็จแล้ว กลับกันเถอะ”

“แค่นี้เองเหรอ” บมกระซิบราวกับกลัวใครจะได้ยิน

“แค่นี้แหละ”

 

ซานดาร่าตอบเสียงสดใสแล้วเดินคล้องแขนลูกพี่ลูกน้องเตรียมออกจากห้อง โดยทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น แม้ว่าจะเห็นแสงสีเทาทึบเกือบดำแผ่ออกมาจากมุมห้องพร้อมไอเย็นที่ทำให้ขนอ่อนบนหลังคอลุกขึ้นมา เธอรีบปิดประตูอย่างรวดเร็วและเหลียวมองประตูห้องที่ปิดสนิทนั้นอย่างมุ่งมั่น

 

ไม่ว่าอะไรจะเกิด ทุกอย่างต้องจบภายในวันมะรืนนี้

 

 

--------------------------------------------------------------------

 

 

“กลับมาแล้วเหรอฮะ”

 

น้ำเสียงของเจ้าของบ้านดูสดใสเมื่อเห็นหน้าคนที่เดินเข้ามา ชเวซึงฮยอนมองอีกฝ่ายอย่างอึ้งๆ เมื่อเห็นว่าจียงใส่เสื้อกล้ามตัวหลวมกับกางเกงขาสั้น และสวมแว่นสายตา ข้างหน้าโต๊ะตัวเตี้ยมีหนังสือกองใหญ่และโน้ตบุคเปิดค้างอยู่ จียงคงคิดว่าอยู่บ้านตัวเอง เลยแต่งตัวสบายๆ

 

แต่กางเกงมันสั้นไปหน่อยไหมนะ

 

“ทำไมทำหน้าแบบนั้นละฮะ” เจ้าของบ้านทำหน้างงๆ แล้วเดินมาหยิบกล่องใส่ไก่ทอดจากมือซึงฮยอนด้วยสีหน้าดีใจ “โห ซื้อไก่มาเยอะเลย ผมว่าจะโทรสั่งพอดีเลยฮะ”

“อือ กินเลย เดี๋ยวฉันไปล้างมือก่อน”

 

ชเวซึงฮยอนตอบเสียงเบาและไม่ค่อยแน่ใจว่าจียงได้ยินที่เขาพูดหรือเปล่า เพราะดูเหมือนเจ้าของบ้านจะเดินเข้าไปในครัวตอนที่เขาพูดพอดี ร่างสูงวางกระเป๋าและเปลี่ยนกางเกงเป็นกางเกงนอนตัวนิ่ม น้ำเย็นๆ ช่วยไล่ความเมื่อยล้าจากงานที่ทำมาทั้งวัน

 

ที่จริงเขานึกไม่ออกว่าเย็นนี้อยากกินอะไร แต่จียงส่งข้อความมาบอกว่าอยากกินไก่ทอด เขาเลยไปซื้อและเลือกสั่งเฉพาะชิ้นสะโพก เพราะจียงบอกว่าเนื้อตรงนั้นอร่อยที่สุดแล้ว

 

มานั่งจำว่าจียงชอบอะไรตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

 

ตาคมสบตาตัวเองในกระจก ก่อนจะไล่ความคิดแปลกๆ เรื่องเจ้าของบ้านออกไปจากความคิดและเดินลงไปที่ห้องครัวด้านล่าง จียงนั่งรออยู่ที่โต๊ะและมีเบียร์เย็นเฉียบ 2 กระป๋องวางอยู่ข้างจานใส่ไก่ทอด เจ้าของบ้านยิ้มร่าเริงเมื่อซึงฮยอนมานั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงกันข้าม

 

“วันนี้ทำไมดูเหนื่อยจังฮะ”

“งานยุ่งน่ะ” ซึงฮยอนตอบเบาๆ และเลื่อนจานไปรับไก่อทอดที่จียงจิ้มส่งมาให้ “มีข้อมูลเข้ามาเยอะเลย กว่าจะเคลียร์เส